
(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกค้ากำลังซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 29 พ.ค. 2025)
เมลเบิร์น, 1 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันเสาร์ (30 พ.ค.) แถลงการณ์จากมหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียระบุว่าคณะนักวิจัยในออสเตรเลียได้พัฒนาชุดตรวจเลือดที่สามารถช่วยวินิจฉัยภาวะสมองกระทบกระเทือนในกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดต่อผลกระทบรุนแรงจากอาการบาดเจ็บศีรษะ
ผลการศึกษาพบระดับโปรตีนที่เรียกว่าโปรตีนกรดไกลอัลไฟบริลลารี (GFAP) ในพลาสมาของเลือด เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยอายุระหว่าง 60-84 ปีที่ได้รับบาดเจ็บจนเกิดภาวะสมองกระทบกระเทือน โปรตีนชนิดนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่ช่วยให้สามารถวัดผลอย่างเป็นกลางและเชื่อถือได้ ซึ่งจะเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และมีศักยภาพสำหรับนำไปใช้ในโรงพยาบาล คลินิก รวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กู้ชีพและบุคลากรด่านหน้าในอนาคต
ภาวะสมองกระทบกระเทือนหรืออาการบาดเจ็บทางสมองเล็กน้อยเป็นปัญหาสาธารณสุขที่น่ากังวลมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งการวินิจฉัยอาจเป็นเรื่องยากเนื่องจากมีอาการทับซ้อนจากวัยชรา เช่น อาการหลงลืม อ่อนเพลีย และสมาธิลดลง รวมถึงจดจำรายละเอียดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บไม่ได้มากนัก
เกอร์ชอน สปิตซ์ นักวิจัยอาวุโสจากคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่ากระบวนการวินิจฉัยในปัจจุบันยังมีความคลุมเครืออยู่มาก และแพทย์มักต้องพึ่งพาข้อมูลที่ผู้ป่วยบอกเล่าด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีอคติหรือความคลาดเคลื่อนแฝงอยู่ ขณะที่ปัญหาด้านการรับรู้ เช่น การหมดสติหรืออาการหลงลืม อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถนึกย้อนเหตุการณ์สำคัญที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยได้อย่างชัดเจน
ศาสตราจารย์บิสวาเดฟ มิตรา แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินประจำโรงพยาบาลเดอะอัลเฟรด ในเมืองเมลเบิร์นของออสเตรเลีย กล่าวว่าสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม การตรวจพบที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในห้องฉุกเฉินจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการหกล้มในครั้งต่อไปได้ และให้การรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อนึ่ง การศึกษาฉบับนี้เผยแพร่ในวารสารเจเอเอ็มเอ เน็ตเวิร์ก โอเพน (JAMA Network Open)