เมลเบิร์น, 28 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ มหาวิทยาลัยโมนาชของออสเตรเลียเปิดเผยผลการศึกษที่ค้นพบว่าความดันเลือดที่ผันผวนบ่อยครั้งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพสติปัญญา รวมถึงมีส่วนส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงป่วยโรคสมองเสื่อม โดยความดันเลือดที่ผันผวนสูงในช่วง 24 ชั่วโมงเชื่อมโยงกับการรู้คิดที่ย่ำแย่ลง ทั้งการวางแผน การแก้ไขปัญหา และความจำ นอกจากนั้นความดันเลือดโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้นยังสัมพันธ์กับความเสียหายของหลอดเลือดสมองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
มาเดลีน กิบสัน นักศึกษาปริญญาเอกด้านประสาทจิตวิทยาคลินิกของมหาวิทยาลัยฯ และผู้เขียนผลการศึกษาคนแรก กล่าวว่าความดันเลือดที่ผันผวนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้นเชื่อมโยงกับผลทดสอบประสิทธิภาพการรู้คิดที่ลดลงหรือเทียบเท่าการแก่ชราขึ้นอีกราว 7 ปี โดยการค้นพบเหล่านี้เพิ่มหลักฐานใหม่ๆ ที่บ่งชี้ว่าหัวใจและสมองเชื่อมโยงใกล้ชิดกัน และช่วงวัยกลางคนเป็นช่วงเวลาสำคัญของการดูแลสุขภาพสมองและลดความเสื่อมถอยของการรู้คิดในอนาคต
ผลการศึกษายังบ่งชี้ว่าความดันเลือดเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกิดขึ้นก่อนปัญหาความจำหรือความคิดจะปรากฏขึ้นมา โดยคณะนักวิจัยระบุว่าความดันเลือดที่ผิดปกติอาจสร้างความเสียหายแก่เส้นใยเนื้อสมองสีขาว (white matter tracts) และทำลายเกราะกั้นระหว่างเลือดกับสมอง ซึ่งช่วยปกป้องเนื้อเยื่อสมอง
นอกจากนั้นผลการศึกษาเน้นย้ำข้อจำกัดของการตรวจวัดความดันเลือดเพียงครั้งเดียวที่คลินิกหรือโรงพยาบาล เนื่องจากความดันเลือดโดยธรรมชาติมักผันผวนตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งอาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของสมองแฝงอยู่ด้วย

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนที่เทศกาลอาหารฤดูหนาวในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 24 มิ.ย. 2023)