
(แฟ้มภาพซินหัว : ชายเติมน้ำมันรถบรรทุกที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 20 มี.ค. 2026)
แคนเบอร์รา, 12 พ.ค. (ซินหัว) -- ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่นำโดยมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สของออสเตรเลีย พบชายชาวออสเตรเลียวัย 30-59 ปี กว่า 2 ล้านคน มีพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์จนแตะระดับเสี่ยงต่อสุขภาพ สะท้อนปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มวัยกลางคน
ผลการศึกษาอ้างอิงข้อมูลจากการสำรวจยุทธศาสตร์ต้านยาเสพติดแห่งชาติระดับครัวเรือน ปี 2019 และ 2022/23 พบว่าผู้ชายอายุ 30-59 ปี ร้อยละ 43 ดื่มแอลกอฮอล์เกินเกณฑ์แนะนำระดับชาติที่กำหนดไว้ไม่เกิน 10 ดื่มมาตรฐานต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 4 ดื่มมาตรฐานในหนึ่งวัน
ผลการศึกษาคาดการณ์ว่าชายวัยกลางคนกว่า 2.2 ล้านคนมีพฤติกรรมการดื่มในระดับที่เสี่ยงอันตราย และพบอัตราการดื่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้ที่สูบหรี่ ใช้สารเสพติดผิดกฎหมาย เผชิญกับความเครียดทางจิตใจในระดับสูง อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกเขตเมืองใหญ่ หรือมีรายได้ครัวเรือนในระดับสูง โดยผู้ชายในกลุ่มอาชีพบริหารจัดการ การค้า และงานเทคนิค มีแนวโน้มที่จะดื่มแอลกอฮอล์เกินเกณฑ์แนะนำมากกว่ากลุ่มอื่น
ผู้เชี่ยวชาญเผยว่าวัยกลางคนเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมักมีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์ที่เปลี่ยนจากการดื่มเป็นครั้งคราวมาเป็นดื่มจนเป็นนิสัย ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การใช้ความรุนแรง และการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ตามมา
งานวิจัยซึ่งทำร่วมกับมูลนิธิป้องกันและลดผลกระทบจากการใช้แอลกอฮอล์และยาเสพติดแห่งออสเตรเลีย ยังพบว่าความเครียดทางจิตใจเชื่อมโยงอย่างมากกับการดื่มที่มีความเสี่ยงสูงในกลุ่มผู้ชายอายุระหว่าง 30-44 ปี แต่ความเชื่อมโยงดังกล่าวกลับพบน้อยกว่าในกลุ่มผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-59 ปี
ผลการศึกษานี้ท้าทายความเชื่อโดยทั่วไปที่ว่าอันตรายจากแอลกอฮอล์เป็นเพียงปัญหาที่พบได้มากในกลุ่มคนหนุ่มสาว พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันที่ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะในชุมชนนอกเขตเมืองใหญ่ซึ่งตัวเลือกในการรับความช่วยเหลือและแรงสนับสนุนอาจมีจำกัด
อนึ่ง ผลการศึกษาดังกล่าวเผยแพร่ในวารสารดรักส์ แอนด์ แอลกอฮอล์ รีวิว (Drug and Alcohol Review)