
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 5 พ.ย. 2025)
วอชิงตัน, 22 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) มาร์กเวย์น มัลลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากระทรวงฯ จะขาดเงินสำหรับจ่ายเงินเดือนพนักงานภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม เนื่องจากสมาชิกรัฐสภายังไม่สามารถยุติภาวะปิดการดำเนินงานของหน่วยงานที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนได้
มัลลินซึ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีฯ เมื่อไม่นานมานี้ ให้สัมภาษณ์กับฟอกซ์ นิวส์ (Fox News) ว่าเงินที่ใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานมาจากงบประมาณที่สภาคองเกรสจัดสรรให้กระทรวงฯ เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ผ่านร่างกฎหมายด้านภาษีและการใช้จ่ายขนาดใหญ่ที่เรียกว่ากฎหมายที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม (One Big Beautiful Bill) ทว่ากระทรวงฯ มีภาระค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนจำนวนมาก และหากไม่มีงบประมาณเพิ่มเติม เงินสำรองที่เหลืออยู่จะหมดลงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม
สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารความปลอดภัยทางการขนส่ง (TSA) ของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างมานานกว่าหนึ่งเดือน และเพิ่งเริ่มได้รับเงินเดือนอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้ ต้องกลับไปทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างอีกครั้ง โดยตั้งแต่กระทรวงฯ เกิดภาวะชัตดาวน์หรือหยุดดำเนินงาน เจ้าหน้าที่สำนักบริหารฯ มีอัตราการขาดงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คิวตรวจความปลอดภัยในท่าอากาศยานยาวนานกว่าปกติ
มัลลินเปิดเผยว่าค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนของกระทรวงฯ อยู่ที่กว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.15 หมื่นล้านบาท) ทุกๆ สองสัปดาห์ ซึ่งเงินส่วนนี้หมดลงอย่างรวดเร็วและเรากำลังจะไม่มีเงินฉุกเฉินเหลืออีก พร้อมเสริมว่ากระทรวงฯ เหลืองบจ่ายเงินเดือนอีกเพียงหนึ่งงวด และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่สามารถออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพิ่มเติมได้เพราะไม่มีเงินเหลืออยู่
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ทรัมป์ลงนามบันทึกคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่สำนักบริหารฯ โดยสั่งการให้มัลลินประสานงานกับผู้อำนวยการสำนักงานการจัดการและงบประมาณ ใช้เงินที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักบริหารฯ อย่างสมเหตุสมผล เพื่อจัดสรรค่าตอบแทนและสวัสดิการให้พนักงาน
การดำเนินการของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงสองวัน หลังจากฮา เหงียน แมคนีลล์ รักษาการผู้บริหารสำนักบริหารฯ กล่าวต่อคณะกรรมการความมั่นคงภายในว่าระยะเวลารอคอยตามจุดตรวจความปลอดภัยในท่าอากาศยานทั่วสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นจนทำสถิตินานที่สุดในประวัติศาสตร์ 24 ปี ของสำนักบริหารฯ โดยบางแห่งใช้เวลานานเกิน 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นผลจากภาวะชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อของกระทรวงฯ
ด้านพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้ปฏิรูปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองสหรัฐฯ ในเมืองมินนิอาโพลิสเสียชีวิต 2 ราย เมื่อเดือนมกราคม แต่พรรครีพับลิกันปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวอยู่หลายครั้ง นำสู่ทางตันที่ทำให้การจัดสรรงบประมาณแก่กระทรวงฯ ไม่สำเร็จตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. เป็นต้นมา
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ส่งสัญญาณแสดงการสนับสนุนแนวทางสองทางที่เห็นชอบโดยจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา โดยให้จัดสรรงบประมาณส่วนใหญ่ของกระทรวงฯ ผ่านข้อตกลงกับเดโมแครตก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการปรับงบประมาณเพื่อจัดสรรงบให้กับสำนักงานฯ และหน่วยลาดตระเวนชายแดน
ทั้งนี้ ทรัมป์กำหนดเส้นตายให้สมาชิกรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายงบประมาณภายในวันที่ 1 มิ.ย. ขณะที่ฝ่ายพรรครีพับลิกันกำลังพยายามผลักดันชุดงบประมาณที่สามารถผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสได้