กัวลาลัมเปอร์, 22 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (21 เม.ย.) อาเธอร์ โจเซฟ คูรุป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย ซึ่งเข้าร่วมการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน ปี 2026 กล่าวว่ามาเลเซียกำลังดำเนินงานรับมือวิกฤตโลก 3 ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษ ซึ่งรวมกันกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายแห่งยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงต้องการแนวทางแก้ไขในระยะยาว
อาเธอร์กล่าวว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปรากฏชัดเจนมากขึ้นทั่วโลก ทั้งคลื่นความร้อนสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ฝนตกหนักรุนแรง ภัยแล้งยืดเยื้อ และระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งมาเลเซียได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยน้ำท่วมรุนแรง การกัดเซาะชายฝั่ง รูปแบบฝนที่เปลี่ยนไป และความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร โครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณสุขของมาเลเซีย
มาเลเซียจะยังคงเป็นผู้มีส่วนร่วมเชิงรุกบนเวทีสากลในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวิกฤตที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมาเลเซียตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกแตะระดับสูงสุดภายในปี 2029 ภายใต้เงื่อนไขเอื้ออำนวยและการสนับสนุน และตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเชิงสัมบูรณ์ลง 15-30 ล้านตันเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2035 เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับสูงสุด

(แฟ้มภาพซินหัว : มุมหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย วันที่ 13 เม.ย. 2025)