
(แฟ้มภาพซินหัว : หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จัดแสดงที่โซนนิทรรศการอะไจล์ โรบอตส์ ที่งานงานฮันโนเวอร์ เมสเซอ 2026 ในเมืองฮันโนเวอร์ของเยอรมนี วันที่ 20 เม.ย. 2026)
ออสโล, 21 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (20 เม.ย.) รายงานฉบับใหม่จากสำนักงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรป เผยว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังมีบทบาทมากขึ้นในระบบการดูแลสุขภาพทั่วสหภาพยุโรป (EU) โดยประเทศสมาชิกทั้ง 27 แห่งต่างระบุว่าการพัฒนาเอไอเอื้อให้การดูแลผู้ป่วยปรับปรุงดีขึ้น และส่วนใหญ่ได้นำเครื่องมือเอไอมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยแล้ว
กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปร้อยละ 74 ใช้ระบบวินิจฉัยโรคที่สนับสนุนด้วยเอไอแล้ว ซึ่งรวมถึงเครื่องมือสำหรับการถ่ายภาพทางการแพทย์ การตรวจหาโรค และการตัดสินใจทางคลินิก ส่วนอีกร้อยละ 63 ใช้แชตบอตเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเกือบครึ่งหนึ่งได้สร้างตำแหน่งงานเฉพาะด้านสำหรับเอไอและวิทยาศาสตร์ข้อมูลในด้านสุขภาพ ขณะที่หลายประเทศกำลังวางแผนแนะนำหรือขยายโครงการฝึกอบรมด้านเอไอ
ผลการวิจัยชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่เอไอถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์มากขึ้น ประเทศต่างๆ กำลังบูรณาการความรู้ความเข้าใจด้านเอไอในการเรียนรู้ก่อนเข้าทำงานและการพัฒนาวิชาชีพ เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถใช้เทคโนโลยีนี้อย่างมีวิจารณญาณ รักษามาตรฐานการดูแล และใช้เอไออย่างมีความรับผิดชอบ
รายงานยังเน้นย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำกับดูแลเอไอ โดยระบุว่าสมาชิกอียูร้อยละ 81 ได้ดึงเอากลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดรูปแบบการกำกับดูแลเอไอในด้านสุขภาพ ซึ่งการปรึกษาหารือกับผู้ป่วยและประชาชนในวงกว้างจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องมือเอไอสะท้อนความต้องการของผู้รับบริการ
รายงานดังกล่าวกระตุ้นให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรผ่านการศึกษาและการฝึกอบรมด้านพื้นฐานของเอไอ จริยธรรม และการกำกับดูแลข้อมูล การสร้างการมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมและโปร่งใสโดยดึงเอาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ผู้ป่วย และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายเอไอ และการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อทดสอบเทคโนโลยี แบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด และพัฒนากฎเกณฑ์มาตรฐานร่วมกันสำหรับการนำไปใช้อย่างปลอดภัยและเท่าเทียม