ซิดนีย์, 17 เม.ย. (ซินหัว) -- การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ (UTS) ของออสเตรเลียที่เผยแพร่ในวันศุกร์ (17 เม.ย.) ระบุว่าอุปกรณ์สูบบุหรี่ไฟฟ้าสามารถนำโลหะพิษเข้าสู่เนื้อเยื่อปอดโดยตรงได้ ท้าทายความเชื่อเดิมที่มองว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา
การศึกษาดังกล่าวพบว่าแม้สูบบุหรี่ไฟฟ้าระยะสั้นในระดับต่ำกว่าพฤติกรรมการสูบของคนทั่วไปในแต่ละวัน ยังส่งผลให้เกิดการสะสมของโลหะพิษในเนื้อเยื่อปอดในปริมาณที่สามารถตรวจวัดได้ ซึ่งรวมถึงตะกั่ว ทองแดง และนิกเกิล โดยการศึกษาก่อนการทดลองทางคลินิกนี้ถือเป็นหลักฐานแรกที่ชี้ให้เห็นว่าสารละอองลอยจากบุหรี่ไฟฟ้ามีอนุภาคโลหะที่เกี่ยวข้องกับดีบุกและปรอท ซึ่งมักจะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายง่ายและมีปฏิกิริยาทางชีวภาพมากกว่าโลหะอนินทรีย์
เดย์แอนน์ บอร์ดิน อาจารย์ด้านเคมีวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยของการศึกษา กล่าวว่าการศึกษาครั้งนี้เผยให้เห็นอันตรายที่ผู้คนยังไม่ตระหนักรู้มากเพียงพอจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยระบุว่าลักษณะของโลหะที่ตรวจพบมีความสอดคล้องกับการปล่อยสารจากขดลวดความร้อนและชิ้นส่วนไฟฟ้า พร้อมเสริมว่าการประเมินความปลอดภัยในปัจจุบันมักมองข้ามการปล่อยสารที่เกิดจากชิ้นส่วนของอุปกรณ์ เช่น ขดลวดทำความร้อน
การศึกษาระบุว่าอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้าต่างจากบุหรี่ทั่วไปตรงที่มีความหลากหลายอย่างมากทั้งในด้านการออกแบบและคุณภาพการผลิต ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้สูบเสี่ยงสัมผัสสารอันตรายเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ผลการศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว อย่างในออสเตรเลีย การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.3 ในปี 2019 เป็นมากกว่าร้อยละ 21 ในปี 2023 และมีการเพิ่มขึ้นในอัตราใกล้เคียงกันในกลุ่มวัยรุ่น
บรรดานักวิจัยเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งการตรวจสอบการปล่อยสารจากอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการปรับปรุงแนวทางด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการสัมผัสโลหะและการสะสมในร่างกาย
อนึ่ง การศึกษาดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสารอะนาไลติคอล แอนด์ ไบโออะนาไลติคอล เคมิสทรี (Analytical and Bioanalytical Chemistry)

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งใกล้กับโรงละครซิดนีย์โอเปราเฮาส์ ในเมืองซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 26 ส.ค. 2021)