เยรูซาเล็ม, 16 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเล็มรายงานว่าทีมนักวิจัยนานาชาติค้นพบว่ามนุษย์ยุคแรกตั้งแต่ราว 7.8 แสนปีก่อนรู้จักการใช้เปลวไฟในรูปแบบที่เรียบง่ายและใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมนุษย์ยุคแรกเลือกใช้ "เศษไม้ลอยน้ำ" ที่ถูกซัดขึ้นชายฝั่งทะเลสาบในพื้นที่ที่ปัจจุบันเป็นตอนเหนือของอิสราเอลมากกว่าเสาะหาไม้คุณภาพดีที่สุด
ผลวิจัยที่เผยแพร่ผ่านวารสารควอเทอร์นารี ไซแอนซ์ รีวิวส์ (Quaternary Science Reviews) ระบุว่าคณะนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาเศษถ่านขนาดเล็กที่หลงเหลือจากกองไฟในอดีต บริเวณแหล่งโบราณคดีที่ชื่อ "สะพานบุตรีของยาโคป" (Daughters of Jacob Bridge)
เศษถ่านเหล่านั้นบ่งชี้ว่ามนุษย์ยุคแรกกลับมายังพื้นที่ริมทะเลสาบแห่งเดิมเป็นเวลานานหลายพันปี โดยพื้นที่ดังกล่าวมีข้อได้เปรียบสำคัญ ทั้งน้ำ พืชพรรณ สัตว์ป่า รวมถึงไม้สำหรับก่อไฟที่หาได้ง่ายและมีให้ใช้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการมีเชื้อเพลิงที่ใช้ได้สะดวกเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถรักษาไฟไว้ประกอบอาหาร ให้ความอบอุ่น และใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้
ทีมนักวิจัยระบุว่ามนุษย์ยุคแรกรู้จักปรับตัวและใช้งานสิ่งต่างๆ โดยเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ตามธรรมชาติรอบตัว และไฟอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พวกเขาเลือกและกลับมายังพื้นที่ริมทะเลสาบแห่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งการค้นพบครั้งนี้ช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคแรก รวมถึงความสำคัญของไฟต่อการอยู่รอด การหาอาหาร และการตั้งถิ่นฐาน

(แฟ้มภาพซินหัว : ทัศนียภาพป่าเบนเชเมนทางตอนกลางของอิสราเอล วันที่ 8 ม.ค. 2026)