
(แฟ้มภาพซินหัว : ประติมากรรมและธงชาติประเทศต่างๆ ที่สำนักงานใหญ่นาโตในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม วันที่ 6 เม.ย. 2022)
วอชิงตัน, 9 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิจารณ์องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ว่าไม่ได้อยู่เคียงข้างในยามที่สหรัฐฯ ต้องการ และพวกเขาจะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรหากเราต้องการพวกเขาอีกครั้ง
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นขณะที่มาร์ก รุตเต เลขาธิการนาโต เดินทางถึงกรุงวอชิงตันเพื่อมุ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ของพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่กำลังสั่นคลอน โดยภายหลังการหารือกับรุตเตที่ทำเนียบขาว ทรัมป์ได้เผยผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่า "จำกรีนแลนด์ได้ไหม? เกาะน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการได้ย่ำแย่น่ะ!"
รุตเตเผยกับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) โดยยอมรับว่าทรัมป์ผิดหวังในพันธมิตรนาโตหลายประเทศอย่างเห็นได้ชัด พร้อมระบุว่าการหารือในครั้งนี้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเปิดกว้างอย่างมาก
นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ทรัมป์ได้เรียกร้องให้พันธมิตรนาโตร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่กลับถูกปฏิเสธ ขณะที่ประเทศในยุโรปอย่างสเปนและอิตาลีไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้เขตน่านฟ้า ซึ่งสร้างความโกรธเคืองให้กับทรัมป์เป็นอย่างมาก โดยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้วิจารณ์นาโตอย่างต่อเนื่องว่าล้มเหลวในการช่วยเหลือสหรัฐฯ ทำสงคราม พร้อมทั้งขู่ว่าจะถอนตัวออกจากพันธมิตรตามสนธิสัญญาดังกล่าว
รอยร้าวของพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ขยายวงกว้างมากขึ้นในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ ซึ่งถูกซ้ำเติมด้วยการตัดสินใจเปิดฉากสงครามกับอิหร่าน รวมถึงความตึงเครียดก่อนหน้านี้จากกรณีที่ทรัมป์ต้องการเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก
เมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างอิงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่าทรัมป์และทีมงานกำลังพิจารณาแผนการลงโทษพันธมิตรนาโตบางประเทศที่ทรัมป์มองว่าไม่ให้ความช่วยเหลือในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งแผนการนี้ได้รับการสนับสนุนในหมู่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ภายใต้แผนการข้างต้น มีรายงานว่าเพนตากอนจะเคลื่อนย้ายกำลังพลออกจากประเทศสมาชิกนาโตที่ถูกมองว่าละเลยการสนับสนุนการทำสงครามของสหรัฐฯ เพื่อนำไปประจำการในกลุ่มประเทศที่ให้ความร่วมมือมากกว่าแทน
ด้านแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล 2 รายระบุว่าแผนนี้อาจรวมถึงการสั่งปิดฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศยุโรปอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ซึ่งอาจเป็นในสเปนหรือเยอรมนี ขณะที่ประเทศพันธมิตรอย่างโปแลนด์ โรมาเนีย ลิทัวเนีย และกรีซมีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนกำลังพลในครั้งนี้เนื่องจากถูกมองว่าให้การสนับสนุนแก่สหรัฐฯ