
(แฟ้มภาพซินหัว : เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งอยู่ใกล้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซในอิหร่าน วันที่ 21 ก.ค. 2019)
เมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) สถานีโทรทัศน์เพรสทีวี (Press TV) ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่าช่องแคบฮอร์มุซปิดสัญจรเต็มรูปแบบ ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำต้องถอยกลับ โดยหนึ่งในเรือดังกล่าวมีชื่อว่า "ออรูรา" (AUROURA) ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังทางออกช่องแคบ ได้เปลี่ยนเส้นทางอย่างกะทันหันใกล้ชายฝั่งมูซันดัม และกลับลำ 180 องศา แล่นลึกกลับเข้าไปในอ่าว
รายงานระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหนึ่งในพื้นที่ "อ่อนไหวที่สุด" ของเส้นทางขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศสายนี้ โดยอยู่ระหว่างเกาะลารักกับคาบสมุทรมูซันดัม ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างมากในทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากมีการขนส่งพลังงานหนาแน่นและมีความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานว่าการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้หยุดชะงักลง หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนระลอกใหม่จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยสำนักข่าวฟาร์สยังเผยว่าเดิมทีหลังจากบรรลุข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยไปแล้ว
เมื่อวันอังคาร (7 เม.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นพ้องระงับการทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยการตัดสินใจดังกล่าวขึ้นอยู่กับการที่อิหร่านตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยเต็มรูปแบบโดยทันที
ด้านเซย์เยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวไว้ว่าอิหร่านจะรับประกันความปลอดภัยการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงหยุดยิง 2 สัปดาห์ โดยประสานงานกับกองกำลังติดอาวุธของตน และอิหร่านจะยุติ "ปฏิบัติการป้องกันตนเอง" หากการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามสิ้นสุดลง