เยรูซาเล็ม, 8 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (7 เม.ย.) สถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนน์ของอิสราเอลเปิดเผยผลการศึกษาจากคณะนักวิทยาศาสตร์ของอิสราเอลและสหรัฐฯ ซึ่งค้นพบว่าบริเวณขั้วทั้งสองของดวงจันทร์มีน้ำแข็งก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ เป็นเวลาอย่างน้อย 1.5 พันล้านปี
การศึกษาดังกล่าวที่เผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ แอสโตรโนมี (Nature Astronomy) ระบุว่าน้ำแข็งดังกล่าวอยู่ใน "กับดักความเย็น" (cold traps) ที่เป็นหลุมอุกกาบาตใกล้ขั้วทั้งสองของดวงจันทร์ มีลักษณะลึก ไร้แสงส่องถึง และอุณหภูมิต่ำราว -160 องศาเซลเซียส
คณะนักวิจัยได้ศึกษาข้อมูลจากยานอวกาศลูนาร์ รีคอนเนสเซนส์ ออร์บิเตอร์ (LRO) ขององค์การนาซา (NASA) และค้นพบว่าพื้นที่มืดมิดที่เก่าแก่กว่าจะมีน้ำแข็งมากกว่า บ่งชี้การสะสมตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าเกิดขึ้นในคราวเดียว
น้ำแข็งนี้อาจแปรสภาพเป็นน้ำ ออกซิเจน และเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันองค์การนาซาวางแผนสำรวจพื้นที่เหล่านี้ภายใต้โครงการอาร์ทิมิส (Artemis) โดยคณะนักวิทยาศาสตร์หวังว่าภารกิจในอนาคตจะเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบแหล่งกำเนิดของน้ำ และการที่น้ำดังกล่าวช่วยสนับสนุนกิจกรรมของมนุษย์ในอวกาศ

(ภาพจากองค์การนาซา : ภาพดวงจันทร์จากยานอวกาศโอไรออน วันที่ 6 เม.ย. 2026)