
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนร่วมกิจกรรมที่งานรอยัล แคนเบอร์รา โชว์ 2025 ที่สวนนิทรรศการในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 23 ก.พ. 2025)
แคนเบอร์รา, 2 เม.ย. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) มหาวิทยาลัยแอดิเลดของออสเตรเลียเปิดเผยผลการวิจัยฉบับใหม่ ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของแม่และลูกทารกในปากีสถานมากกว่า 85,000 คน รวมถึงบันทึกการเกิดช่วง 10 ปี (2008-2017) และข้อมูลอุณหภูมิอากาศ เพื่อประเมินผลกระทบจากอากาศร้อนจัดต่อน้ำหนักแรกเกิด
ผลการวิจัยที่เผยแพร่ผ่านวารสารบีเอ็มซี เมดิซีน (BMC Medicine) พบว่าการที่แม่เจออากาศร้อนจัดเพิ่มความเสี่ยงทารกเกิดมาด้วยน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ โดยร้อยละ 18 ของทารกกลุ่มสำรวจมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ (น้อยกว่า 2.5 กิโลกรัม หรือขนาดตัวเล็กกว่าค่าเฉลี่ย) และผลการวิจัยเชื่อมโยงทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำราวร้อยละ 13 เข้ากับสภาพอากาศร้อน พร้อมคาดการณ์ว่าสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 8-10 ภายในช่วงทศวรรษ 2060 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รองศาสตราจารย์โซห์รา ลาสซี หัวหน้าโครงการวิจัยจากสถาบันวิจัยโรบินสัน สังกัดมหาวิทยาลัยแอดิเลด กล่าวว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เจออุณหภูมิอากาศสูงในบางพื้นที่ของปากีสถานมีแนวโน้มสูงถึงร้อยละ 70 ในการคลอดทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและความเสียเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคมที่มากกว่า โดยน้ำหนักแรกเกิดต่ำนำสู่การเสียชีวิตของทารกแรกเกิดและปัญหาสุขภาพในระยะยาว เช่น การเจริญเติบโตช้าหรือความบกพร่องทางสติปัญญา
ฮีรา ฟาติมา ผู้เขียนหลักของการวิจัยและนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา กล่าวว่าการเสริมสร้างบริการดูแลสุขภาพแม่และยุทธศาสตร์การดูแลแม่ที่ปรับตามสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน พร้อมเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผนวกกับความยากจน การเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพที่จำกัด คุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ และภาวะโภชนาการไม่เพียงพอของแม่ อาจเพิ่มความเสี่ยงแม่และทารกแรกเกิดเผชิญผลกระทบระดับต่างๆ
