
ลอสแอนเจลิส, 2 เม.ย. (ซินหัว) -- ยานอวกาศในภารกิจอาร์ทิมิส 2 ของนาซา (NASA) ทะยานขึ้นสู่อวกาศจากศูนย์อวกาศเคนเนดีของนาซา ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ ตอน 18.35 ของวันพุธ (1 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันออก โดยพานักบินอวกาศ 4 คนเดินทางไปกับภารกิจส่งมนุษย์โคจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี
ยานอวกาศโอไรออนถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดสเปซ ลอนช์ ซิสเต็ม หรือเอสแอลเอส (SLS) เพื่อส่งทีมนักบินอวกาศทั้งสี่ ได้แก่ รีด ไวส์แมน วิกเตอร์ โกลเวอร์ และคริสตินา คอชจากนาซา พร้อมด้วยเจเรมี แฮนเซน จากองค์การอวกาศแคนาดา (CSA) ออกเดินทางสู่การเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ในการโคจรรอบดวงจันทร์เป็นเวลา 10 วัน โดยภารกิจนี้ถือเป็นเที่ยวบินแบบมีมนุษย์ควบคุมครั้งแรกของนาซาภายใต้โครงการอาร์ทิมิส
รายงานระบุว่าการนับถอยหลังต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวตอนช่วง 10 นาทีก่อนกำหนดการปล่อยยาน ก่อนกลับมาเดินหน้าต่อตามปกติในอีกไม่กี่นาทีถัดมา
หลังยานทะยานสู่ท้องฟ้าประมาณ 8 นาที นาซายืนยันว่าจรวดท่อนหลักของสเปซ ลอนช์ ซิสเต็มได้ดับเครื่องยนต์และแยกตัวออกจากจรวดท่อนบน (ICPS) และยานโอไรออนได้สำเร็จ ถือเป็นการสิ้นสุดช่วงการขับเคลื่อนหลักระยะแรก และเข้าสู่ขั้นตอนการทำงานของระบบขับดันในจรวดท่อนบนต่อไป
ส่วนในนาทีที่ 24 หลังการปล่อยยาน นาซายืนยันว่าแผงโซลาร์เซลล์ของยานอวกาศโอไรออนกางออกอย่างสมบูรณ์และเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว โดยแผงโซลาร์แต่ละข้างประกอบด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ 15,000 เซลล์ ทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า
ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการจุดเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มระดับความสูงของวงโคจร ทั้งในจุดใกล้โลกที่สุด (Perigee) และจุดไกลโลกที่สุด (Apogee) ซึ่งจะทำให้ยานโอไรออนมีวงโคจรสูงขึ้นและเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทางสู่อวกาศห้วงลึก
ภารกิจอาร์ทิมิส 2 จะประเมินขีดความสามารถหลากหลายซึ่งจำเป็นต่อการเดินทางในอวกาศห้วงลึก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบระบบยังชีพของยานโอไรออน และเปิดโอกาสให้นักบินอวกาศได้ฝึกซ้อมปฏิบัติการสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของภารกิจอาร์ทิมิส 3 รวมถึงภารกิจสู่ดวงจันทร์ในอนาคต
ทีมนักบินอวกาศจะเดินทางอ้อมเข้าไปทางด้านไกล หรือด้านมืดของดวงจันทร์ และมุ่งหน้าลึกเข้าไปในอวกาศเป็นระยะทางราว 7,400 กิโลเมตรก่อนกลับสู่โลก ซึ่งนับเป็นการพามนุษย์เดินทางออกห่างจากโลกและเข้าใกล้ดวงจันทร์ได้มากที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยทำได้ในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ