
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวเยือนหมู่ปราสาทนครวัดที่จังหวัดเสียมราฐของกัมพูชา วันที่ 29 ม.ค. 2025)
พนมเปญ, 30 มี.ค. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (30 มี.ค.) สภาแห่งชาติกัมพูชาผ่านร่างกฎหมายต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งจะกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิตสำหรับผู้นำขบวนการฉ้อโกงออนไลน์ โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าร่วมประชุม 112 คนได้อนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นเอกฉันท์
ร่างกฎหมายฉบับนี้ระบุว่าหัวหน้าขบวนการแก๊งฉ้อโกงทางออนไลน์จะเจอโทษจำคุก 15-30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หากการกระทำของพวกเขาทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งรายหรือมากกว่านั้น
สำหรับหัวหน้าฐานฉ้อโกงออนไลน์จะต้องโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับสูงสุด 1 พันล้านเรียล (ราว 8.19 ล้านบาท) ทว่าหากตรวจสอบพบว่ามีการใช้ความรุนแรง การทรมาน การกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยมิชอบ การค้ามนุษย์ หรือการบังคับใช้แรงงานร่วมด้วย จะต้องโทษเพิ่มเป็น 10-20 ปี และปรับสูงสุด 2 พันล้านเรียล (ราว 16.39 ล้านบาท) ส่วนผู้ที่ฉ้อโกงออนไลน์จะถูกจำคุกระหว่าง 2-5 ปี และปรับสูงสุด 500 ล้านเรียล (ราว 4.09 ล้านบาท)
เกิด ริทธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา กล่าวว่ากัมพูชาเป็นหนึ่งในหลายประเทศในภูมิภาคที่อาชญากรใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการฉ้อโกงทางออนไลน์ อาชญากรรมนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม แต่ยังทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
กฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือในการต่อสู้กับการฉ้อโกงทางออนไลน์ โดยร่างกฎหมายฉบับนี้จะต้องได้รับการตรวจสอบขั้นสุดท้ายจากวุฒิสภาก่อนที่จะส่งให้พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงประกาศบังคับใช้
กัมพูชาเริ่มปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ทั่วประเทศอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อรักษาความมั่นคงทางสังคม ความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย และเพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ โดยมุ่งกำจัดศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ทั้งหมดภายในเดือนเมษายนปีนี้
ซาร์ โสคา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในของกัมพูชา กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่ากัมพูชาได้เนรเทศชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยว่าพัวพันกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ไปแล้วกว่า 30,000 คน ขณะที่อีกกว่า 2.1 แสนคนได้เดินทางออกจากกัมพูชาโดยสมัครใจ หลังจากที่ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงทางออนไลน์ทวีความเข้มข้นขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025
