
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ชายเติมน้ำมันรถบรรทุกที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 20 มี.ค. 2026)
แคนเบอร์รา, 30 มี.ค. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (30 มี.ค.) แอนโทนี แอลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประกาศว่ารัฐบาลจะลดภาษีจำหน่ายเชื้อเพลิงลงครึ่งหนึ่ง เพื่อรับมือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
แอลบานีสเผยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงแคนเบอร์ราหลังพบปะผู้นำของรัฐและดินแดนต่างๆ ช่วงเช้าวันจันทร์ (30 มี.ค.) ว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกปรับลดเป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันพุธ (1 เม.ย.) โดยโครงการริเริ่มนี้จะช่วยลดต้นทุนน้ำมันเบนซินและดีเซลลง 26.3 เซนต์ออสเตรเลีย (ราว 5.88 บาท) ต่อลิตร ท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องจากวิกฤตน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ข้อมูลล่าสุดจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งออสเตรเลีย (AIP) เผยว่าราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วเฉลี่ยทั่วประเทศแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 2.53 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 56.55 บาท) ต่อลิตร ในสัปดาห์สิ้นสุดวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 จาก 2.38 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 53 บาท) ในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ในช่วงเวลาเดียวกัน มาอยู่ที่ 3.1 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 69.31 บาท) ต่อลิตร
แอลบานีสกล่าวว่าเราเข้าใจดีว่าชาวออสเตรเลียกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก พร้อมประกาศว่าค่าธรรมเนียมการใช้ถนน 32.4 เซนต์ออสเตรเลีย (ราว 7.24 บาท) ต่อลิตรสำหรับน้ำมันดีเซลที่รถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้จะลดลงเหลือ 0 เป็นเวลา 3 ดือน เพื่อบรรเทาภาระให้กับอุตสาหกรรมรถบรรทุก
ด้านจิม ชาร์ลเมอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย กล่าวว่าทั้งสองมาตรการนี้จะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ราว 2.55 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 5.7 หมื่นล้านบาท) และหากมองในทางเศรษฐกิจ ทุกฝ่ายต่างคาดหวังให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลงโดยเร็ว และในระหว่างนี้รัฐบาลกำลังยื่นมือช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้อย่างมีความรับผิดชอบ
นอกจากมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ แอลบานีสกล่าวอีกว่าผู้นำของรัฐและดินแดนต่างๆ เห็นพ้องต่อแผนการระดับชาติ ซึ่งกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐในเรื่องความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง