
(แฟ้มภาพซินหัว : ซากโดรนบริเวณใกล้กับโรงเรียนแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐปกครองตนเองนัคชีวาน วันที่ 5 มี.ค. 2026)
เตหะราน, 6 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอาเซอร์ไบจาน ซึ่งระบุว่าอิหร่านจัดส่งโดรนโจมตีดินแดนของอาเซอร์ไบจาน โดยอิหร่านกล่าวเป็นนัยว่าอิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว
เสนาธิการกองทัพอิหร่านกล่าวว่ากองกำลังอิหร่านไม่ได้ส่งโดรนโจมตีอาเซอร์ไบจาน เน้นย้ำว่าอิหร่านเคารพอธิปไตยของทุกประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและประเทศมุสลิม พร้อมเสริมว่าอิสราเอลมีประวัติปฏิบัติการส่งโดรนโจมตีเพื่อสร้างความแตกแยกในหมู่ประเทศมุสลิม และผลสอบสวนบ่งชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของอิสราเอลเพื่อใส่ร้ายอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) กระทรวงการต่างประเทศของอาเซอร์ไบจานกล่าวหาว่าอิหร่านส่งโดรนโจมตีสาธารณรัฐปกครองตนเองนัคชีวาน (Nakhchivan Autonomous Republic) เมื่อราวเที่ยงวัน สร้างความเสียหายแก่อาคารรับรองผู้โดยสารของท่าอากาศยานนานาชาตินัคชีวาน และทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 2 ราย รวมถึงมีโดรนอีกลำตกใกล้โรงเรียนในหมู่บ้านซาการาบัด
อาเซอร์ไบจานประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น "การละเมิดบรรทัดฐานและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ" พร้อมเตือนว่าการกระทำเหล่านี้อาจเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค โดยกระทรวงการต่างประเทศของอาเซอร์ไบจานเรียกนักการทูตอิหร่านประจำกรุงบากูเข้าพบเพื่อแสดงการประท้วง
ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมของอาเซอร์ไบจานระบุว่ากระทรวงฯ กำลังเตรียมมาตรการตอบโต้ที่จำเป็น พร้อมเสริมว่าจะไม่ปล่อยผ่านการโจมตีดังกล่าว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและเมืองอื่นๆ ของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายระลอก

(แฟ้มภาพซินหัว : ความเสียหายภายในอาคารของท่าอากาศยานนานาชาตินัคชีวานในสาธารณรัฐปกครองตนเองนัคชีวาน วันที่ 5 มี.ค. 2026)