
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ประท้วงชูป้ายข้อความประท้วงกรณีสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ในเมืองซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ วันที่ 2 มี.ค. 2026)
ปารีส, 4 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้แถลงผ่านโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านและตะวันออกกลาง กล่าวว่าปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล "อยู่นอกกฎหมายระหว่างประเทศ" และฝรั่งเศสมิอาจให้การรับรองได้ โดยปัจจุบันความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังแพร่กระจายทั่วภูมิภาค ซึ่งสุ่มเสี่ยงสร้างผลพวงร้ายแรงต่อสันติภาพและความมั่นคง
มาครงยืนยันว่าฝรั่งเศสส่งเรือบรรทุกเครื่องบินชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) เข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงในภูมิภาค โดยก่อนหน้านี้เรือบรรทุกเครื่องบินลำดังกล่าวกำลังเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารที่สวีเดน ขณะเดียวกันมีการส่งเรือฟริเกตล็องเกอด็อก (Languedoc) และระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมเข้าสู่ไซปรัส หลังจากฐานทัพอากาศของสหราชอาณาจักรที่อาโครตีรี (Akrotiri) ทางตอนใต้ของไซปรัสถูกโดรนโจมตีเมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.)
ทั้งนี้ มาครงเสริมว่าฝรั่งเศสได้ตอบโต้ทันที มีการยิงโดรนหลายลำ "เพื่อป้องกันตนเองตามกฎหมาย" ตั้งแต่ชั่วโมงแรกๆ ของความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะเดียวกันเที่ยวบินนำพาพลเมืองฝรั่งเศสกลับจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง จำนวน 2 เที่ยวแรก มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปารีสในคืนวันอังคาร (3 มี.ค.)
เมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) แคทเธอรีน วอตริน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกองทัพของฝรั่งเศส เผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าโรงเก็บเครื่องบินที่ฐานทัพเรือของฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ติดกับฐานทัพของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกโจมตีด้วยโดรนที่มีเป้าหมายโจมตีท่าเรืออาบูดาบี โดยความเสียหายอยู่ในวงจำกัดและไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ
