
(แฟ้มภาพซินหัว : คนเดินถือถุงชอปปิงบนท้องถนนในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 12 ส.ค. 2025)
นิวยอร์ก, 26 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่รายงานทบทวนนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประจำปี 2026 ตามมาตรา 4 (Article IV) ซึ่งคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของสหรัฐฯ จะเติบโตร้อยละ 2.6 ในปี 2026 สูงกว่าการคาดการณ์เมื่อเดือนมกราคมที่ร้อยละ 2.4
รายงานคาดว่าการขาดดุลของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จะเกินร้อยละ 6 ของจีดีพีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลังจากปรับลดลงในปี 2025 ขณะที่อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะปานกลาง
กองทุนฯ พบว่าภาษีที่สูงขึ้นส่งผลกระทบเชิงลบต่ออุปทานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 0.5 ภายในต้นปี 2026 และลดระดับผลผลิตลงราวร้อยละ 0.5 โดยแม้ภาษีอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มากกว่าที่คาดไว้
กองทุนฯ ระบุว่าแนวโน้มขาขึ้นของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนหนี้ระยะสั้นต่อจีดีพี กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพที่เพิ่มขึ้น ทั้งต่อสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก จึงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทำงานร่วมกับประเทศคู่ค้าอย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขข้อกังวลเกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม และบรรลุข้อตกลงในการลดข้อจำกัดทางการค้าและความบิดเบือนจากนโยบายอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบข้ามพรมแดน