
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ของสหรัฐฯ วันที่ 2 ธ.ค. 2025)
นิวยอร์ก, 24 ก.พ. (ซินหัว) -- สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) จะระงับการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ตั้งแต่วันอังคาร (24 ก.พ.) เป็นต้นไป หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) โดยแนวปฏิบัติล่าสุดครอบคลุมภาษีเพิ่มเติมในอัตราตามมูลค่า (ad valorem) ซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งฝ่ายบริหาร 7 ฉบับที่ลงนามระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2025-6 ส.ค. 2025
เมื่อวันศุกร์ (20 ก.พ.) ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าการเก็บภาษีเป็นวงกว้างของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจฯ ที่มีวัตถุประสงค์สำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉินระดับชาตินั้นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมทั้งยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมทั่วโลกที่ประกาศใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนอย่างเป็นทางการ
คำสั่งจากฝ่ายบริหารระบุว่าจากสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ภาษีเพิ่มเติมดังกล่าวจะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป และจะยุติการจัดเก็บโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ด้านทรัมป์มอบอำนาจให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานในฝ่ายบริหารดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมทันทีเพื่อยุติการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม
ข้อมูลการประมาณการจากเพนน์-วอร์ตัน บัดเจต โมเดล (Penn-Wharton Budget Model) พบว่าสำนักงานฯ ได้จัดเก็บภาษีภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศแล้วมากถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.42 ล้านล้านบาท)
ขณะเดียวกัน ตามประกาศอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาวและจากโพสต์ของทรัมป์เมื่อวันเสาร์ (21 ก.พ.) ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์เตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีกร้อยละ 15 สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ เริ่มตั้งแต่วันอังคาร (24 ก.พ.)
อนึ่ง มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 อนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีได้สูงสุดถึงร้อยละ 15 เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน กับทุกประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินที่ "ใหญ่และร้ายแรง" ซึ่งหลังจาก 150 วันแล้ว รัฐสภาจะต้องอนุมัติการขยายเวลาอีกครั้ง