
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเลือกซื้อดอกไม้ที่ตลาดเกษตรกรในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 16 มี.ค. 2024)
ซิดนีย์, 23 ก.พ. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (23 ก.พ.) แถลงการณ์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย ระบุว่าทีมนักวิจัยในออสเตรเลียได้พัฒนาวิธีการใหม่ที่สามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นปุ๋ยได้ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยมลพิษจากหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุดในโลก โดยมุ่งเป้าไปที่การปล่อยก๊าซที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากโรงงานปูนซีเมนต์และของเสียทางการเกษตร
นักวิจัยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า โดยทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำปฏิกิริยาควบคู่กับสารมลพิษไนโตรเจน เช่น ไนเตรตและไนไตรต์ ซึ่งเป็นสารปนเปื้อนทั่วไปในแหล่งน้ำจากภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เพื่อผลิตยูเรีย (Urea) โดยหลีกเลี่ยงกระบวนการแบบดั้งเดิมที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณมาก
ราห์มาน ไดยัน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่ายูเรียเป็นปุ๋ยที่ใช้หล่อเลี้ยงพืชผลสำหรับประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก แต่ในปัจจุบัน ยูเรียถูกผลิตจากก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหิน ซึ่งเป็นกระบวนการที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมาก ใช้อุณหภูมิและความดันสูง และปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาล
การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications) ระบุว่าตัวเร่งปฏิกิริยาทองแดง-โคบอลต์ที่ออกแบบในระดับอะตอม แสดงให้เห็นถึงการทำงานเกื้อกูลกันเพื่อควบคุมการสร้างพันธะระหว่างคาร์บอนกับไนโตรเจน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยูเรียเมื่อเทียบกับระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน
อนึ่ง ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของโลก ได้นำเข้ายูเรียจำนวน 3.8 ล้านตันในปี 2024 เนื่องจากกำลังการผลิตภายในประเทศมีจำกัด