
ปักกิ่ง, 2 มิ.ย. (ซินหัว) -- นักเรียนและครูของโรงเรียนปักกิ่งอวี้อิงในกรุงปักกิ่งมักเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการวิ่งรอบลู่วิ่งทุกๆ 07.30 น. ของทุกวัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องหลายปี โดยหวังจั้วโจว หัวหน้าแผนกพลศึกษาชั้นประถม กล่าวว่าการวิ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของทุกคน และเบื้องหลังการวิ่งแต่ละวันยังมีแรงบันดาลใจและเป้าหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเรื่องของการออกกำลังกาย
ก่อนวันเด็กสากลปี 2023 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ได้เดินทางเยือนโรงเรียนปักกิ่งอวี้อิง พร้อมร่วมชมบรรยากาศขณะนักเรียนกำลังเล่นบาสเกตบอลและกระโดดเชือกกันอย่างกระตือรือร้นในคาบเรียนพลศึกษา โดยสีจิ้นผิงกล่าวว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก และยิ่งเด็กๆ เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมากเท่าใดก็ยิ่งมีโอกาสน้ำหนักเกินหรือสายตาสั้นน้อยลงเท่านั้น
สีจิ้นผิงสนับสนุนหลักปรัชญาการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของเด็กและเยาวชนเป็นอันดับแรกเสมอมา ซึ่งสำหรับหวังและเพื่อนร่วมงานแล้ว คำกล่าวของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงนั้นเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมาย พวกเขามองว่าการดูแลให้นักเรียนได้เรียนวิชาพลศึกษาอย่างน้อยวันละ 1 คาบ และออกกำลังกายกลางแจ้ง 2 ชั่วโมงต่อวันนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ และรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นเด็กๆ เติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพดีและแข็งแรง
เมื่อเดือนเมษายน 2020 สีจิ้นผิงกล่าวระหว่างการตรวจเยี่ยมโรงเรียนประถมศึกษาในมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนว่าเขารู้สึกกังวลใจมากที่เห็นเด็กสมัยนี้จำนวนมากสวมใส่แว่นตา และสุขภาพร่างกายโดยรวมยังย่ำแย่ลงเพราะขาดการออกกำลังกาย
แนวคิดของสีจิ้นผิงที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของเยาวชนเป็นอันดับแรก ได้ผลักดันให้โรงเรียนพัฒนาโครงการด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยอู๋จิ้นเผิง ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่าโรงเรียนได้เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้งและปรับแก้ท่าทางการเขียนของนักเรียนเพื่อปกป้องสุขภาพสายตาและร่างกาย ส่งผลให้ปัจจุบันนักเรียนที่สวมแว่นตาในแต่ละห้องเรียนมีเพียง 4-5 คน จากนักเรียนกว่า 30 คนต่อห้อง
ปัจจุบันโรงเรียนเปิดสอนวิชาพลศึกษา 3 คาบ และวิชาศิลปะการต่อสู้ 1 คาบในแต่ละสัปดาห์ ทั้งยังสนับสนุนชมรมต่างๆ มากกว่า 10 ชมรมที่จัดกิจกรรมหลังเลิกเรียน อาทิ บาสเกตบอลและฟุตบอล เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกีฬา
ข้อกังวลของสีจิ้นผิงได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมในระดับประเทศ โดยในปี 2020 จีนได้ออกเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ แนวทางส่งเสริมการบูรณาการกีฬาและการศึกษาเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมีสุขภาพดีของเยาวชน และแนวทางเสริมสร้างและพัฒนางานด้านกีฬาในโรงเรียนอย่างรอบด้าน หลังจากนั้นในปี 2022 ที่ประชุมคณะกรรมการถาวรประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนเห็นชอบแก้ไขกฎหมายด้านกีฬาและการออกกำลังกาย ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวอย่างครอบคลุมและเป็นระบบครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้เมื่อปี 1995
หมวด "กีฬาเพื่อสังคม" และ "พลศึกษาในโรงเรียน" ในกฎหมายดังกล่าวถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "ฟิตเนสแห่งชาติ" และ "กีฬาเยาวชนและกีฬาในโรงเรียน" ตามลำดับ เพื่อสะท้อนความกังวลหลักของจีนในด้านสมรรถภาพทางกายของประชาชนและเยาวชน กฎหมายยังระบุให้นักเรียนทุกคนต้องได้ออกกำลังกายในโรงเรียนอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง พร้อมกำหนดให้สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาสาธารณะเปิดให้โรงเรียนใช้จัดกิจกรรมหรือการแข่งขันกีฬาประจำปีตามข้อกำหนด
เมื่อนับถึงสิ้นปี 2025 พื้นที่สนามกีฬาต่อหัวของจีนเพิ่มเป็น 3.11 ตารางเมตร โดยปัจจุบันผู้อยู่อาศัยในจีนที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 38.52 ออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มขึ้น 1.3 จุดจากปี 2020 ขณะที่อายุขัยเฉลี่ยของประชากรจีนอยู่ที่ 79.25 ปีในปีก่อน เพิ่มขึ้น 1.32 ปีจากปี 2020
โรงเรียนประถมศึกษาถนนว่านซงหยวน ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังด้านโครงการฟุตบอลในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลาง จัดตั้งทีมฟุตบอลขึ้นอย่างน้อยหนึ่งทีมทุกระดับชั้น เด็กๆ ในทีมเหล่านี้ต้องร่วมฝึกซ้อมฟุตบอลเป็นเวลา 90 นาทีต่อวัน นอกเหนือจากคาบเรียนพลศึกษาตามปกติ โดยสยงลี่ผิง ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียน 26 คน ได้รับเลือกให้เข้าร่วมฟุตบอลทีมชาติจีน ทั้งทีมชายและทีมหญิง
สยงกล่าวว่าสุขภาพที่ดีคือรากฐานอันมั่นคงสำหรับการศึกษาและการทำงานในอนาคต พร้อมย้ำว่าเยาวชนคืออนาคตและความหวังของประเทศ โดยโรงเรียนจะยังคงยึดมั่นในคำกล่าวของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เดินหน้าบ่มเพาะผู้มีความสามารถด้านฟุตบอล และช่วยให้เด็กทุกคนสร้างนิสัยรักการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อไป