
(แฟ้มภาพซินหัว : หุ่นยนต์ "เทียนกง อัลตรา" วิ่งเข้าเส้นชัยของการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปักกิ่ง อี้จวง และฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ วันที่ 19 เม.ย. 2025)
ฝูโจว, 21 มี.ค. (ซินหัว) -- ภาพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ไม่มีเหงื่อ ไม่เป็นตะคริว และไม่อารมณ์เสีย ได้ร่วมวิ่งเคียงข้างนักวิ่งมนุษย์ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนหลายรายการทั่วจีน ทำให้วงการนักวิ่งของจีนเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่าวันหนึ่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้จะเข้ามาทดแทนเพซเซอร์ (pacer) หรือนักวิ่งอาสานำเวลาที่เป็นมนุษย์หรือไม่
หุ่นยนต์ลงสนามแข่งขัน
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์ได้ก้าวออกจากห้องปฏิบัติการสู่โลกการใช้งานจริงมากขึ้น รวมถึงการแข่งขันวิ่งบนท้องถนนที่เริ่มมี "เพซเซอร์หุ่นยนต์" ปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้น เช่น การแข่งขันวิ่งมาราธอนหางโจว ปี 2024 มีหุ่นยนต์สุนัขสี่ขาร่วมวิ่งฟันรัน (fun run) และทำหน้าที่เป็น "สวีปเปอร์" (sweeper) หรือเพซเซอร์ลำดับสุดท้ายที่คอยดูแลนักวิ่งเข้าเส้นชัยก่อนเวลาคัดออก (cutoff) ในรายการฮาล์ฟมาราธอน
ขณะการแข่งขันวิ่งมาราธอนกำแพงเมืองจีน ปี 2025 ในเขตหวยโหรวของกรุงปักกิ่ง มีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทักทายนักวิ่งที่เส้นชัย และการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปักกิ่ง อี้จวง ปี 2025 อนุญาตให้หุ่นยนต์ร่วมวิ่งคู่กับมนุษย์ในเลนแยก โดยการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปักกิ่ง อี้จวง ปี 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นเดือนเมษายน มีแผนให้มนุษย์และหุ่นยนต์วิ่งอยู่ในเลนเดียวกัน
นักวิ่งคนหนึ่งผู้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอนเซี่ยเหมิน ปี 2026 กล่าวว่าหุ่นยนต์เพิ่มความรู้สึกแปลกใหม่และความสนุก ถ้ามีหุ่นยนต์เพซเซอร์อยู่ข้างหน้าคงยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นให้พยายามวิ่งเร็วขึ้น ขณะนักวิ่งอีกคนหนึ่งมองว่าหุ่นยนต์เหมาะกับกิจกรรมแนวครอบครัวอย่างการวิ่งแบบพ่อแม่ลูก
เหล่าผู้จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนและภาคอุตสาหกรรมมองว่าหุ่นยนต์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัยกับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน โดยจินต๋า ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของยูนิทรี โรโบติกส์ (Unitree Robotics) ยอมรับว่าตอนนี้บทบาทของหุ่นยนต์ในกีฬาส่วนใหญ่ยังคงเป็นความบันเทิงที่ช่วยกระตุ้นความสนใจปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ โดยหุ่นยนต์สุนัขของยูนิทรีเป็น "นักวิ่งฉุกเฉิน" ขนชุดปฐมพยาบาลและเสบียงให้นักวิ่ง
อย่างไรก็ดี เบื้องหลังความแปลกใหม่ยังมีโจทย์สำคัญอยู่ เพราะแม้แต่เพซเซอร์ระดับสูงที่เป็นมนุษย์ยังมีโอกาสเหนื่อยล้า ขาดน้ำ หรือผิดพลาดได้ แต่หุ่นยนต์ในทางทฤษฎีแล้วไม่เป็นเช่นนั้น โดยเพซเซอร์มากประสบการณ์คนหนึ่งกล่าวว่าหุ่นยนต์สามารถควบคุมได้แม่นยำระดับวินาที ส่วนผู้จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในมณฑลฝูเจี้ยนกล่าวว่าหุ่นยนต์สุนัขเป็นสวีปเปอร์ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนผูเถียน ปี 2024 และมันสามารถรักษาอัตราความเร็วของการวิ่งได้เสถียรกว่า
นอกจากนั้นหุ่นยนต์ยังสามารถทำหน้าที่สนับสนุนอื่นๆ เช่น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การเก็บกวาดเส้นทาง การนำทาง และการจัดการขยะ ซึ่งเป็นบทบาทที่จะเกิดขึ้นในการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปักกิ่ง อี้จวง ครั้งหน้านี้ ด้านคณะนักวิจัยที่เกี่ยวข้องมองว่ากระแสหุ่นยนต์ร่วมวิ่งมาราธอนนั้นสะท้อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน ช่วยให้สาธารณชนเข้าถึงและเข้าใจนวัตกรรมขั้นสูงมากขึ้น
เส้นทางสู่เพซเซอร์หุ่นยนต์อัตโนมัติเต็มรูปแบบยังคงท้าทาย
จินต๋า ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของยูนิทรี โรโบติกส์ ระบุว่าการรักษาความเร็วคงที่ในการวิ่งระยะไกลยังเป็นความท้าทายใหญ่ของระบบพลังงาน ฮาร์ดแวร์ และอัลกอริทึม โดยอัตราการเข้าเส้นชัยที่ต่ำและเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นช่องว่างระหว่างขีดความสามารถในปัจจุบันกับความคาดหวังของสาธารณชน
หวังกั๋วตง รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยซูโจว และเจ้าหน้าที่กีฬา บ่งชี้อายุการใช้งานแบตเตอรี่และการนำทางในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่มีผู้คนหนาแน่นและไม่เรียบเป็นอุปสรรคใหญ่ โดยบางส่วนกังวลกับการให้มนุษย์และหุ่นยนต์วิ่งร่วมกัน ด้านจางหัว เจ้าหน้าที่สำนักกีฬาเทศบาลกรุงปักกิ่ง คิดว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังไม่พร้อมจะวิ่งมาราธอนเต็มระยะ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ "มนุษย์และหุ่นยนต์" วิ่งร่วมกัน ซึ่งต้องการการรับรองความปลอดภัย
ปัจจุบันเพซเซอร์หุ่นยนต์มักจำกัดอยู่เฉพาะการวิ่งฮาล์ฟมาราธอน หรือใช้เป็นสวีปเปอร์วิ่งช้าๆ ปิดท้ายการแข่งขัน เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดจากการเริ่มต้นออกวิ่งพร้อมกันจำนวนมาก ที่ซึ่งหุ่นยนต์อาจถูกชนล้มได้ ขณะเดียวกันการมีหุ่นยนต์ร่วมวิ่งด้วยยังก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรม โดยหวังกั๋วตงกล่าวว่าการสนับสนุนด้านอัตราความเร็วจากเพซเซอร์หุ่นยนต์และเพซเซอร์มนุษย์แตกต่างกันโดยพื้นฐาน หากมีเพซเซอร์ทั้งสองแบบในการแข่งขันเดียวกันอาจจุดกระแสถกเถียงเรื่องความยุติธรรม กฎเกณฑ์ต่างๆ อาจต้องพัฒนาตามหุ่นยนต์ด้วย
แทนที่หรืออยู่ร่วมกัน
นอกจากอุปสรรคด้านเทคนิคและกฎระเบียบแล้ว อีกคำถามสำคัญคือหุ่นยนต์สามารถแทนที่เพซเซอร์ที่รับรู้ถึงความเหนื่อยล้าของนักวิ่งและคอยให้กำลังใจได้อย่างทันท่วงทีหรือไม่ โดยเฉพาะช่วง "กำแพง" ที่ระยะกิโลเมตรที่ 30 ซึ่งการสาวเท้าวิ่งเริ่มหนักหน่วงและเป็นช่วงที่เพซเซอร์แสดงบทบาทสำคัญอย่างแท้จริงผ่านการให้คำแนะนำและการปรับตัว ทำให้ผู้คนแวดวงนักวิ่งมองว่า "หุ่นยนต์ทดแทนองค์ประกอบความเป็นมนุษย์ไม่ได้"
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่าหุ่นยนต์ไม่สามารถถึงขั้นแทนที่มนุษย์แต่จะเป็น "คู่วิ่ง" โดยจินต๋า ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของยูนิทรี โรโบติกส์เชื่อว่าเพซเซอร์หุ่นยนต์และเพซเซอร์มนุษย์จะมีบทบาทส่งเสริมกันและกันตามจุดแข็งของตัวเอง ขณะเดียวกันการใช้หุ่นยนต์จะขยายไปยังด้านต่างๆ เช่น ตรวจสอบเส้นทางและสนับสนุนทางการแพทย์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ของมนุษย์มากกว่าแทนที่ โดยเพซเซอร์มนุษย์และเพซเซอร์หุ่นยนต์วิ่งเคียงข้างกันในอนาคตจะเป็นภาพที่สวยงามบนเส้นทางแข่งขัน