
ลาซา, 16 ก.ย. (ซินหัว) -- ครอบครัวของหนีหม่า ซึ่งอาศัยอยู่ที่อำเภอหมี่หลิน (ปัจจุบันคือเมืองหมี่หลิน) ในเมืองหลินจือ เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เคยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นครัวเรือนยากจนเมื่อปี 2008 ก่อนพลิกชีวิตด้วยการเริ่มเก็บเห็ดหลินจือขาวป่า ศึกษาการเพาะเลี้ยงเทียม และสร้างโรงเพาะเชื้อพร้อมฐานเพาะเลี้ยงเลียนแบบธรรมชาติในปี 2012
ชั่วหมู่ ลูกสาวของหนีหม่า เรียนจบจากมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์ส่วนกลาง ก่อนลาออกจากงานในรัฐวิสาหกิจและกลับมาช่วยงานที่ฟาร์มสาธิตของครอบครัวในปี 2019 เธอบอกเล่าว่าตัดสินใจกลับมาเพราะฟาร์มของที่บ้านต้องการคนรุ่นใหม่ที่จบมหาวิทยาลัยมาช่วยดูแล
คนสองรุ่นแบ่งหน้าที่รับผิดชอบกันอย่างชัดเจน โดยหนีหม่า ผู้เป็นพ่อ คอยดูแลภาพรวมของฟาร์มทั้งหมด ขณะที่ชื่อเหรินหลัวปู้ ลูกชายคนโต รับผิดชอบเทคโนโลยีหลักในการเพาะเชื้อ ส่วนชั่วหมู่ดูแลงานด้านการตลาดและการขาย เพื่อยกระดับฟาร์มทั้งด้านเทคโนโลยีและแบรนด์
ฐานเพาะปลูกเห็ดหลินจือและโรงเรือนของฟาร์มแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 หมู่ (ราว 417 ไร่) มีมูลค่าผลผลิตสูงถึง 9.2 ล้านหยวน (ราว 46 ล้านบาท) ในปี 2025 อีกทั้งสร้างงานประจำ 35 อัตรา และว่าจ้างบัณฑิตจบใหม่ในท้องถิ่น 4 คน
(บันทึกภาพวันที่ 14 ก.ย. 2026)
