
(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพสลักหินรูปเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งค้นพบที่เขตอนุรักษ์ภาพสลักหินภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน)
อิ๋นชวน, 9 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) สำนักงานการจัดการภาพสลักหินภูเขาเฮ่อหลานในเมืองอิ๋นชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน รายงานว่าการสำรวจภูเขาเฮ่อหลานรอบใหม่ตั้งแต่ปี 2020 นำสู่การค้นพบภาพสลักหินเพิ่มเติมมากกว่า 500 ภาพ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณเนินตะกอนรูปพัด และมีเนื้อหาโดยพื้นฐานสอดคล้องกับภาพสลักหินที่ค้นพบก่อนหน้านี้
รายงานระบุว่าภาพสลักหินที่ค้นพบเพิ่มเติมเป็นภาพสัตว์มากที่สุด โดยเฉพาะภาพ "แกะ" มากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยภาพม้า วัวควาย อูฐ และกวาง รวมถึงภาพเสือที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต ขณะเดียวกันมีภาพสลักใบหน้ามนุษย์ที่แตกต่างจากส่วนที่ค้นพบบนหน้าผา รวมถึงภาพสลักเกี่ยวกับการล่าสัตว์ ร้องรำทำเพลง และเครื่องมือ โดยภาพการล่าสัตว์บางส่วนสลักคันธนูและลูกธนูที่มีสัดส่วนไม่สมดุล
ตำแหน่งของภาพสลักหินแต่ละภาพที่แตกต่างกันยังสะท้อนว่าคนโบราณอาจมีแนวคิดแตกต่างกันตอนสลักภาพ โดยภาพสลักหินในหุบเขาอาจบันทึกเหตุการณ์ ส่วนภาพสลักหินบนเนินตะกอนรูปพัดอาจเกี่ยวกับการล่าสัตว์ ซึ่งจะเป็นแนวทางใหม่ในการศึกษาอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ ขณะภาพสลักหินที่ค้นพบใหม่ภาพหนึ่งเป็นภาพ "ม้าสี่ตัวลากรถ" ที่ค้นพบเป็นครั้งแรกในหมู่ภาพสลักหินของภูเขาเฮ่อหลานและหาได้ยากในหมู่ภาพสลักหินทั่วจีน
อนึ่ง เขตอนุรักษ์ภาพสลักหินภูเขาเฮ่อหลานตั้งอยู่เชิงเขาตอนกลางฝั่งตะวันออกของภูเขาเฮ่อหลาน มีภาพสลักหินกระจุกตัวหนาแน่นที่สุดและโดดเด่นที่สุด โดยการสำรวจรอบก่อนหน้านำสู่การค้นพบภาพสลักหินเกือบ 6,000 ภาพ ซึ่งเป็นภาพใบหน้ามนุษย์มากกว่า 700 ภาพ
สำหรับการสำรวจรอบล่าสุดนี้ผสมผสานวิธีการตรวจสอบภาคสนามแบบดั้งเดิมเข้ากับเครื่องมือทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เครื่องสแกนเลเซอร์สามมิติที่ช่วยบันทึกร่องรอยการสลักได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดรนที่บินเก็บข้อมูลจากหลายมุมมอง และระบบระบุตำแหน่งแบบใหม่ที่ลดความคลาดเคลื่อนเหลือ 2-3 เมตร
การสำรวจภาพสลักหินภูเขาเฮ่อหลานรอบปัจจุบันมีกำหนดสำรวจภาคสนามให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ และกำหนดเผยแพร่รายงานผลสำรวจภายในสิ้นปี 2026

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจภาพสลักหิน บริเวณเขตอนุรักษ์ภาพสลักหินภูเขาเฮ่อหลาน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 23 ก.ค. 2025)