
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนทดลองใช้โทรศัพท์มือถือเอไอ เอเจนต์ในการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ปี 2026 และการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 19 ก.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 29 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (28 ส.ค.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนเผยว่า จีนเผยแพร่แนวทางปฏิบัติทางจริยธรรมสำหรับการวิจัยภาพถ่ายทางการแพทย์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อกำกับดูแลการพัฒนาอัลกอริทึม การทดสอบยืนยันผล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ในทางคลินิก
การตรวจวินิจฉัยภาพทางการแพทย์ด้วยเอไอ อาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาช่วยวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) เพื่อช่วยแพทย์ตรวจหารอยโรคและเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดอ่อนจำนวนมาก จึงมีความเสี่ยงทั้งในด้านการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ความลำเอียงของอัลกอริทึม ตลอดจนความคลุมเครือเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบ
แนวปฏิบัตินี้ซึ่งเผยแพร่โดยคณะอนุกรรมการจริยธรรมทางการแพทย์ ภายใต้คณะกรรมการจริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้ระบุหลักการสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ การยกระดับสวัสดิการของมนุษย์ การส่งเสริมความเป็นธรรม การเคารพอิสรภาพในการตัดสินใจของมนุษย์ การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล การรับรองความปลอดภัยและความสามารถในการควบคุม ตลอดจนการเสริมสร้างความโปร่งใส โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวย้ำว่าประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้ป่วยเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด
แนวปฏิบัติดังกล่าวกำหนดให้ผู้วิจัยต้องได้รับการยินยอมจากผู้เข้าร่วมการทดลองที่ได้รับข้อมูลครบถ้วน โดยผู้เข้าร่วมมีสิทธิ์ถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ มนุษย์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบขั้นสุดท้าย ดังนั้น ผลลัพธ์จากปัญญาประดิษฐ์จึงต้องไม่ถูกนำมาใช้เป็นคำวินิจฉัยสุดท้าย และแพทย์ยังคงมีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
แนวปฏิบัติดังกล่าวยังห้ามมิให้กล่าวอ้างประสิทธิภาพของแบบจำลองจนเกินจริง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นธรรมของอัลกอริทึม เพื่อลดความลำเอียงในการวินิจฉัยอันเกิดจากข้อมูลตัวอย่างที่ใช้ฝึกฝนแบบจำลองไม่มีความสมดุล