กรุงเทพฯ, 2 ก.ค. (ซินหัว) -- เรือพลาสติกขนาดเล็กลำหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นเป็นรูปร่างบนเครื่องพิมพ์ 3 มิติภายในศูนย์การค้าสยามพารากอนในกรุงเทพฯ ดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่แวะหยุดชมและบันทึกภาพ ขณะที่แบบจำลองดิจิทัลค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นวัตถุจริง การสาธิตดังกล่าวจัดขึ้นที่ร้านตัวแทนจำหน่ายระดับพรีเมียมแห่งแรกในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนของแบมบู แลป (Bambu Lab) บริษัทจากจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติสำหรับผู้บริโภคกำลังเข้าถึงคนทั่วไปได้มากขึ้น
กระแสนิยมนวัตกรรมจากจีนที่เพิ่มขึ้นในไทยทำให้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติสำหรับผู้บริโภคกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำหรับวิศวกรและนักออกแบบอุตสาหกรรม ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้เข้ามามีบทบาทในบ้าน ห้องเรียน และพื้นที่สร้างสรรค์ต่างๆ มากขึ้น โดยผู้บริหารฝ่ายการตลาดรายหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งเพิ่งสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติเครื่องแรกหลังจากเยี่ยมชมร้านดังกล่าว บอกเล่าว่าเดิมทีเธอคิดว่าการพิมพ์ 3 มิติเป็นเทคโนโลยีที่มีไว้สำหรับมืออาชีพเท่านั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าใช้งานง่ายกว่าที่คาดไว้มากและตั้งตารอที่จะเริ่มสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง
ชานนท์ ตุลาบดี ซีอีโอของ 3ดี สตูดิโอ (3D Studio) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนค้าปลีกอย่างเป็นทางการของแบมบู แลปในไทย กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง แต่เป็นผู้คนที่ใช้งานมัน โดยการใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติเมื่อหลายปีก่อนจำเป็นต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคอย่างมาก แต่ปัจจุบันบริษัทจีนได้ทำให้เทคโนโลยีนี้ใช้งานง่ายขึ้นมาก ทำให้ครอบครัว นักเรียน และผู้ที่ชื่นชอบงานอดิเรกสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งเป้าหมายของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจำหน่ายเครื่องพิมพ์ แต่ยังมุ่งส่งเสริมให้ผู้คนค้นพบแนวทางใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวในชีวิตจริงมากขึ้น ตั้งแต่การจัดระเบียบภายในบ้านและของใช้ส่วนตัว ไปจนถึงโครงการด้านการศึกษาและการออกแบบสร้างสรรค์
บอส กีรติ ยูทูปเบอร์สายเทคโนโลยีชาวไทยที่มีผู้ติดตามมากกว่า 2 ล้านคนบนยูทูป (YouTube) และใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติมานานหลายปี เชื่อว่าผลิตภัณฑ์จีนรุ่นใหม่นี้ได้เปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานไปอย่างมาก เมื่อก่อนเขาใช้เวลาไปกับการซ่อมเครื่องพิมพ์มากกว่าสร้างสรรค์ผลงานจริงๆ แต่ตอนนี้เพียงแค่ออกแบบโมเดล ส่งคำสั่งพิมพ์ และปล่อยให้เครื่องทำงานข้ามคืนก็สามารถได้ชิ้นงานที่เสร็จเรียบร้อยเกือบทุกครั้งในเช้าวันถัดไป ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาไอเดียได้มากขึ้น แทนที่จะต้องกังวลกับตัวเครื่องพิมพ์เอง
ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของแบมบู แลป กล่าวว่าไทยได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัทฯ ในภูมิภาค โดยมีแรงหนุนจากความสนใจในเทคโนโลยีสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์อัจฉริยะสำหรับผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมระบุว่าแบมบู แลปมีแผนกระชับความร่วมมือกับโรงเรียน ภาคธุรกิจ และชุมชนสร้างสรรค์ในไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในด้านการศึกษา การออกแบบ และการผลิต โดยหวังว่าการผสานจุดแข็งของจีนด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการผลิตขั้นสูงเข้ากับชุมชนผู้สร้างสรรค์และผู้สนใจเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตในไทย จะช่วยหนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมท้องถิ่นมากขึ้น
ทั้งนี้ แบมบู แลปและพันธมิตรในไทยมีกำหนดจัดงานอีเวนต์สำหรับบุคคลทั่วไปที่สยามพารากอนในเดือนสิงหาคม โดยภายในงานจะมีทั้งเวิร์กชอปและตลาดสินค้าทำมือ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบดิจิทัล การพิมพ์ 3 มิติ ไปจนถึงการประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
ขณะที่นวัตกรรมของจีนก้าวข้ามขอบเขตการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น เทคโนโลยีจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสะพานเชื่อมระหว่างจีนและไทย โดยสำหรับผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมาก เทคโนโลยีของจีนไม่ได้เป็นเพียงสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำหรับการสร้างสรรค์ การเรียนรู้ และนวัตกรรม ซึ่งสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวันของผู้คน พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น