ฮาร์บิน, 24 มิ.ย. (ซินหัว) -- หอนิทรรศการหลักฐานการก่ออาชญากรรมของหน่วยปฏิบัติการ 731 ของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เปิดเผยรายละเอียดการทดลองกับมนุษย์อันน่าตกตะลึงที่กองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นดำเนินการระหว่างการรุกรานจีน ซึ่งรวมถึงการนำเลือดสัตว์ถ่ายเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ โดยรายงานที่เก็บรักษาไว้ที่หอนิทรรศการฯ ซึ่งเขียนโดยสึโตมุ ไซโต ศัลยแพทย์ทหารญี่ปุ่น ยืนยันว่าในปี 1938 กองทัพญี่ปุ่นได้นำเลือดจากม้า แกะ สุนัข กระต่าย และไก่ มาใช้ในการทดลองกับเชลยศึกจำนวน 23 คนที่ยังมีชีวิตอยู่
จินซื่อเฉิง นักวิจัยประจำหอนิทรรศการฯ เปิดเผยว่ารายงานการศึกษาการถ่ายเลือดจากสัตว์สู่คนเพื่อรักษาภาวะเสียเลือดเฉียบพลันดังกล่าว เผยแพร่ในวารสารของหน่วยแพทย์ทหารญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 1940 หลังจากมีการนำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวในการประชุมแพทย์ทหารญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมปีเดียวกัน
กองทัพญี่ปุ่นได้ทดลองวิธีการถ่ายเลือดหลายรูปแบบเพื่อค้นหาวิธีปฐมพยาบาลในสนามรบ ไม่ว่าจะเป็นเลือดที่เก็บรักษาไว้ เซรัม เลือดแห้ง หรือแม้แต่เลือดที่ได้จากศพ และพยายามเสาะหา "วิธีดีที่สุด" สำหรับการจัดหาเลือดฉุกเฉิน ซึ่งสึโตมุ ไซโต ได้เสนอแนวคิดการถ่ายเลือดสดจากสัตว์เข้าสู่ร่างกายมนุษย์โดยตรง โดยการวิจัยระบุว่ากองทัพญี่ปุ่นได้บันทึกอาการของเหยื่ออย่างละเอียด หลังจากถูกดึงเลือดออกจากร่างกาย 1,200-2,500 มิลลิลิตรในการทดลองภาวะสูญเสียเลือดปริมาณมากเฉียบพลัน
บันทึกดังกล่าวระบุว่าเหยื่ออยู่ในสภาพหมดสติอย่างสมบูรณ์ มีภาวะเขียวคล้ำรุนแรงทั่วร่างกาย ผิวหนังมีสีคล้ายศพ และหายใจถี่ก่อนเข้าสู่ภาวะขาดอากาศหายใจ โดยหลังจากได้รับเลือดสัตว์เข้าสู่ร่างกาย เหยื่อบางรายมีอาการปัสสาวะเป็นเลือด มีไข้สูง หนาวสั่น และเกิดปฏิกิริยาผิดปกติคล้ายการต่อต้านเลือดที่ถ่ายเข้าสู่ร่างกายอย่างเฉียบพลัน
ถานเทียน นักวิจัยอีกคนของหอนิทรรศการฯ อธิบายว่ากองทัพญี่ปุ่นได้ผ่าคอของเหยื่อ ใช้เครื่องหนีบหลอดเลือดปิดกั้นการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดงคาโรติด (carotid) หรือเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณลำคอ เพื่อศึกษาผลกระทบจากเลือดสัตว์ภายในหลอดเลือด จากนั้นจึงฉีดเซรัมสัตว์เข้าสู่หลอดเลือดแดงของผู้ถูกทดลองที่ยังมีชีวิตอยู่โดยตรง ก่อนจะเจาะเก็บเลือดเพื่อนำไปตรวจสอบ
นอกจากนี้ กองทัพญี่ปุ่นยังได้ฉีดเลือดไก่เข้าสู่ร่างกายของเหยื่อ และตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อศึกษาว่าเลือดสัตว์สามารถคงอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้เป็นระยะเวลานานเท่าใด
จินกล่าวว่าการที่กองทัพญี่ปุ่นเผยแพร่รายงานการทดลองกับมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในวารสารที่เผยแพร่สู่สาธารณะ แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเหล่านี้เป็น "ความลับที่รู้กันทั่วไป" ภายในแวดวงการแพทย์ของญี่ปุ่นในขณะนั้น โดยวารสารดังกล่าวยังเผยแพร่บทความจำนวน 187 ชิ้นเกี่ยวกับสงครามเชื้อโรคและการทดลองกับมนุษย์ ซึ่งเขียนโดยสมาชิกหลักของหน่วยปฏิบัติการ 731 อย่างชิโร อิชิอิและมาซาจิ คิตาโนะ
เมื่อวันเสาร์ (20 มิ.ย.) สำนักข่าวเคียวโด นิวส์ (Kyodo News) ของญี่ปุ่น เผยแพร่รายงานข่าวเกี่ยวกับการทดลองใช้เลือดสัตว์กับมนุษย์ของญี่ปุ่น โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดจริยธรรมทางการแพทย์อย่างชัดเจน
ด้านกัวเจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวระหว่างตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นที่ดำเนินการทดลองกับมนุษย์และพัวพันกับสงครามเชื้อโรคในวงกว้างอย่างโหดร้าย จะต้องถูกตรึงไว้กับเสาแห่งความอัปยศชั่วนิรันดร์
อนึ่ง กองทัพญี่ปุ่นได้จัดตั้งเครือข่ายสงครามเชื้อโรคในหลายประเทศเอเชียเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยหน่วยปฏิบัติการ 731 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮาร์บิน ทำหน้าที่เป็นฐานลับระดับสูงสุดสำหรับการพัฒนาอาวุธชีวภาพและการทดลองกับมนุษย์

(แฟ้มภาพซินหัว : เอกสารต้นฉบับจากวารสารของหน่วยแพทย์ทหารญี่ปุ่น ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 1940 ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 23 มิ.ย. 2026)

(แฟ้มภาพซินหัว : เนื้อหาในวารสารของหน่วยแพทย์ทหารญี่ปุ่น ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 1940 ในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่ากองทัพญี่ปุ่นใช้เลือดจากม้า แกะ สุนัข กระต่าย และไก่ ในการทดลองกับเชลยศึก 23 คน)