
จี่หนาน, 17 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อต้นปี 2024 หานเสวียรุ่นได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ให้ผลตอบแทนสูงในเมืองใหญ่ เพื่อเดินทางกลับบ้านเกิดมาเริ่มต้นธุรกิจทำนาข้าวสาลีในอำเภอโป๋ซิง เมืองปินโจว มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน โดยแม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย แต่ผู้ประกอบการเจนซี (Gen-Z) รายนี้ยังสามารถระดมทุนได้ด้วยตนเอง และขยายขนาดแปลงเพาะปลูกจาก 320 หมู่ (ราว 133 ไร่) สู่กว่า 700 หมู่ (ราว 292 ไร่) ส่งผลให้เขากลายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกธัญพืชรายใหญ่ที่มีอายุน้อยที่สุดในพื้นที่
แทนที่จะพึ่งพาแนวทางแบบดั้งเดิม หานเลือกใช้วิธีการเพาะปลูกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่และโดรนปกป้องพืช รวมถึงการจัดตั้งฟาร์มครอบครัวที่ใช้ระบบจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์การเกษตรแบบครบวงจร แนวทางดังกล่าวช่วยให้เขาลดจำนวนแรงงานที่ใช้ดูแลพื้นที่เพาะปลูกขนาด 700 หมู่ เหลือเพียง 3 คน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมาก และสร้างกำไรสุทธิต่อปีได้มากกว่า 2 แสนหยวน (ราว 9.6 แสนบาท)
แนวทางการทำเกษตรสมัยใหม่ของหานไม่เพียงช่วยรักษาพื้นที่เพาะปลูก แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หวนกลับสู่ชนบท เพื่อใช้ศักยภาพของตนมามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูและพัฒนาชนบทให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น
(บันทึกภาพวันที่ 10-15 มิ.ย. 2026)