ลอนดอน, 11 มิ.ย. (ซินหัว) -- การจัดอันดับผู้นำการวิจัยประจำปี 2026 ของเนเจอร์ อินเด็กซ์ (Nature Index) ที่เผยแพร่วันพุธ (10 มิ.ย.) ระบุว่าจีนยังคงเป็นผู้มีส่วนส่งเสริมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยผลผลิตงานวิจัยของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 ในช่วงปี 2024-2025 ทำให้จีนเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศ 10 อันดับแรกของโลกที่มีอัตราดังกล่าวเติบโตระดับเลขสองหลัก ขณะที่สหรัฐฯ และเยอรมนีอยู่ในอันดับ 2-3
รายงานระบุว่าจีนครองอันดับหนึ่งในสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ เคมี วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ และวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม ขณะที่สหรัฐฯ ครองอันดับหนึ่งในสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพและสังคมศาสตร์ ด้านสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนยังคงเป็นสถาบันวิจัยอันดับหนึ่งของโลกและครองอันดับหนึ่งในทุกสาขาวิชา ยกเว้นวิทยาศาสตร์สุขภาพและสังคมศาสตร์ โดยสถาบันวิจัย 10 อันดับแรกของโลกเป็นของจีน 9 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 8 แห่งในการจัดอันดับครั้งก่อน
อนึ่ง เนเจอร์ อินเด็กซ์ ซึ่งเป็นการวัดผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงโดยพิจารณาจากการตีพิมพ์บทความในวารสารชั้นนำระดับนานาชาติ ได้ขยายขอบเขตการจัดอันดับประจำปีนี้ด้วยการเพิ่มวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ 17 ฉบับ การประชุมวิชาการ 1 รายการ และวารสารด้านสังคมศาสตร์อีก 15 ฉบับ
ไซมอน เบเกอร์ หัวหน้าบรรณาธิการของเนเจอร์ อินเด็กซ์ กล่าวว่าเนเจอร์ อินเด็กซ์ สามารถสะท้อนภาพรวมของผลงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำมากยิ่งขึ้น หลังขยายขอบเขตความครอบคลุมสาขาวิชาและการปรับปรุงวิธีการประเมินใหม่

(แฟ้มภาพซินหัว : นักวิจัยจากทีมพัฒนานวัตกรรมที่เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์สังเคราะห์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำเสียของสถาบันชีววิทยาเฉิงตู สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่ห้องปฏิบัติการในเมืองเฉิงตู มณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 18 มี.ค. 2025)