ฉงชิ่ง, 25 พ.ค. (ซินหัว) -- เทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้จัดงานมหกรรมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศแห่งภูมิภาคจีนตะวันตก (WCIFIT) ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ "จีนตะวันตกใหม่ การผลิตใหม่ การบริการใหม่" เมื่อวันที่ 21-24 พ.ค. ซึ่งมีการลงนามสัญญา 212 ฉบับ มูลค่ารวมกว่า 1.5 แสนล้านหยวน (ราว 7.17 แสนล้านบาท) พร้อมเผยแพร่ "รายการโอกาสลงทุนในฉงชิ่ง" เป็นครั้งแรก โดยมีบริษัทผู้ประกอบการจาก 50 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างไทย เวียดนาม และมาเลเซีย เข้าร่วมเกือบ 1,400 ราย
จ้าวหง ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าและการลงทุนประจำศูนย์จีน-อาเซียน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนและจับคู่ความร่วมมือทางการลงทุนและการค้าฉงชิ่ง-อาเซียนของงานมหกรรมฯ กล่าวว่าฉงชิ่งในฐานะศูนย์กลางสำคัญของระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ ได้ร่วมมือกับอาเซียนอย่างแข็งแกร่งและมีศักยภาพสูง โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสส่งเสริมการบูรณาการทางการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ และการเงิน เพื่อบรรลุความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์
ข้อมูลสถิติระบุว่าอาเซียนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของฉงชิ่งมานานหลายปีแล้ว โดยมูลค่าการนำเข้าและส่งออกระหว่างฉงชิ่งกับอาเซียนในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 รวมอยู่ที่ราว 3.65 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.76 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.2 เมื่อเทียบปีต่อปี และปัจจุบันบริษัทผู้ประกอบการของฉงชิ่งเข้าลงทุนที่นิคมอุตสาหกรรมสำคัญของอาเซียน เช่น นิคมอุตสาหกรรมไทย-จีนในจังหวัดระยอง นิคมอุตสาหกรรมเฉียนเจียงในกัมพูชา และนิคมอุตสาหกรรมเอสแอลพีในเวียดนาม มากกว่า 30 โครงการ
เสก นพไธสง กงสุลใหญ่ไทย ณ นครเฉิงตู มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กล่าวว่าฉงชิ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเปิดกว้างความร่วมมือระดับภูมิภาค ขณะมูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างฉงชิ่งกับไทยในปี 2025 รวมอยู่ที่ 3.41 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.65 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.2 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งสะท้อนห่วงโซ่อุปทานที่พัฒนาดีขึ้น ความไว้วางใจที่เพิ่มขึ้น และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่บรรจบกันอย่างแท้จริง ส่วนการประชุมนี้ช่วยกำหนดยุคใหม่ของการเป็นหุ้นส่วนระหว่างจีนตะวันตกกับอาเซียน