
ไห่โข่ว, 1 เม.ย. (ซินหัว) -- อวี๋เสี่ยวฮุย ประธานสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศจีน (CAICT) ซึ่งเข้าร่วมการประชุมเอเชียโป๋อ๋าว (BFA) ประจำปี 2026 ที่เพิ่งสิ้นสุดไป กล่าวว่าภูมิภาคเอเชียมีความต้องการและพลวัตที่แข็งแกร่งในภาคส่วนเอไอ โดยในปีที่ผ่านมา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของเอเชียครองสัดส่วนร้อยละ 28 ของบริษัทระดับยูนิคอร์นด้านเอไอทั่วโลก
ด้านอาเซียน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ได้ร่วมมือกับจีนในการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อขับเคลื่อนการบูรณาการและการยกระดับอุตสาหกรรมต่างๆ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 จีนและลาวได้ลงนามข้อตกลงในนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์จีน-ลาว ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือเอไอแห่งแรกระหว่างจีนกับอาเซียน รวมทั้งร่วมเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระดับชาติของลาว ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ชุดแรกสำหรับประเทศที่ใช้ภาษาเฉพาะถิ่นในอาเซียน โดยมีการพัฒนากรอบทางเทคนิคต้นทุนต่ำที่สามารถนำไปปรับใช้ซ้ำได้สำหรับโมเดลภาษาเฉพาะถิ่นอื่นๆ และนำไปประยุกต์ใช้ในเวียดนาม ไทย และประเทศอื่นๆ แล้ว
หัวใจสำคัญของการเพิ่มศักยภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์คือการยกระดับอุตสาหกรรม ปัจจุบันจีนและไทยได้ร่วมมือกันสร้างรูปแบบใหม่ของการพัฒนาเชิงบูรณาการ "เอไอพลัส" (AI+) โดยระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะพลังเอไอจากไอฟลายเทก (iFLYTEK) ได้ถูกนำมาใช้ในโรงเรียนเทพศิรินทร์และสถาบันอื่นๆ ในไทย โดยมีการจัดตั้งห้องเรียนอัจฉริยะและระบบสอบจำลองเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรครูสอนภาษาจีนในท้องถิ่น ขณะที่หัวเหวย (Huawei) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกันเปิดตัวโครงการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและอัจฉริยะ ซึ่งได้สร้างนักพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเอไอในไทยแล้วราว 20,000 คน เมื่อนับถึงสิ้นปี 2025
โมเดลภาษาขนาดใหญ่หัวเหวย ผานกู่ได้ถูกปรับใช้ในหลายสถานการณ์ เช่น การตรวจสภาพรางรถไฟและการพยากรณ์อากาศในไทย ช่วยลดเวลาการพยากรณ์เส้นทางพายุไต้ฝุ่นจาก 5 ชั่วโมง เหลือเพียง 10 วินาที นอกจากนี้ อาลีบาบา (Aibaba) ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยสร้างท่าเรือดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยใช้เทคโนโลยีคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) และปัญญาประดิษฐ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ โมเดลปัญญาประดิษฐ์แบบโอเพนซอร์สของจีนมีส่วนช่วยให้เอไอรุกคืบสู่ภาคอุตสาหกรรมหลายพันแห่งในหลายประเทศในเอเชีย
สถาบันวิจัยร่วมด้านปัญญาประดิษฐ์ที่จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างอาลีบาบากับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง (NTU) ของสิงคโปร์ มุ่งเน้นการวิจัยร่วมในสาขาที่ล้ำสมัย อาทิ การพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ขณะที่เทนเซ็นต์ คลาวด์ (Tencent Cloud) ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับสมาคมวิสาหกิจสิงคโปร์ เพื่อให้บริการอวตารหรือตัวแทนดิจิทัลอัจฉริยะแก่ธุรกิจในท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล
อาลีบาบา คลาวด์ ยังประสบความสำเร็จในการนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (generative AI) ให้กับเอสเอ็มอีจำนวนมากในสิงคโปร์ ครอบคลุมทั้งในด้านการตลาด การบริการลูกค้า ทรัพยากรบุคคล และสถานการณ์อื่นๆ ซึ่งช่วยยกระดับอัตราการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสิงคโปร์อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อปี 2025 ศูนย์ความร่วมมือและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์จีน-อาเซียน ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน บรรดาผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่าศูนย์แห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสำคัญสำหรับเทคโนโลยีเอไอของจีนในการเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และเป็นจุดเริ่มต้นแรกที่เปิดทางให้อาเซียนได้ร่วมมือด้านเอไอกับจีน
ในปีเดียวกันนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนได้ประกาศแผนปฏิบัติการยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ระหว่างจีนและอาเซียน (2025-2027) โดยจีนและอาเซียนจะร่วมมือกันในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาษาเฉพาะกลุ่ม จัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วม และบ่มเพาะบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเอไอในอาเซียนในระดับวงกว้าง
จากความร่วมมือระดับองค์กรไปจนถึงการร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกัน จีนและประเทศในอาเซียน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกกั้นด้วยภูเขาและท้องทะเล กำลังมีการแลกเปลี่ยนด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่องและบ่อยมากขึ้น โดยมี "เครือข่ายมิตรภาพ AI" แน่นแฟ้นยิ่งกว่าที่เคย

(แฟ้มภาพซินหัว : เจ้าหน้าที่พูดคุยโต้ตอบกับผู้บรรยายดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์ ณ สถานที่จัดการประชุมเอเชียโป๋อ๋าว (BFA) ประจำปี 2026 วันที่ 25 มี.ค. 2026)
