
(แฟ้มภาพซินหัว : โลโก้ของการประชุมเอเชียโป๋อ๋าวที่ศูนย์การประชุมนานาชาติเพื่อการประชุมเอเชียโป๋อ๋าวในเมืองฉยงไห่ มณฑลไห่หนานทางตอนใต้ของจีน วันที่ 23 มี.ค. 2026)
โป๋อ๋าว, 24 มี.ค. (ซินหัว) -- รายงาน "แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียและความคืบหน้าของการรวมกลุ่มประจำปี 2026" จากการประชุมเอเชียโป๋อ๋าว (BFA) ที่ตำบลโป๋อ๋าว มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีนในวันอังคาร (24 มี.ค.) ระบุว่าศูนย์กลางการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโลกกำลังเคลื่อนตัวจากยุโรปและสหรัฐฯ มาสู่เอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยเขตเศรษฐกิจต่างๆในเอเชียกำลังพัฒนาจากผู้ตามสู่ผู้นำในด้านปัญญาประดิษฐ์ด้วยอานิสงส์จากประชากรดิจิทัลขนาดใหญ่ ระบบนิเวศการประยุกต์ใช้ที่หลากหลาย และกรอบนโยบายที่สอดคล้องกัน
รายงานระบุว่าจีนมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เติบโตเต็มที่และขีดความสามารถใช้งานขนานใหญ่ ขณะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มุ่งเน้นความพยายามที่การผลิตขั้นสูงและระบบอัตโนมัติเชิงอุตสาหกรรม ส่วนสิงคโปร์ ซึ่งเป็นต้นแบบของความก้าวหน้าที่ขับเคลื่อนด้วยการประยุกต์ใช้ มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ด้านการบริหารปกครองและทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแพลตฟอร์ม
ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุน "การก้าวขึ้นสู่ความอัจฉริยะ" ของเอเชียนั้นมีหลายแง่มุม ทั้งการสนับสนุนเชิงองค์กรที่สำคัญในระดับชาติ วงจรป้อนกลับอันทรงพลังของ "ขอบเขตการประยุกต์ใช้ การสร้างข้อมูล และการปรับปรุงแบบทำซ้ำ" ซึ่งช่วยเร่งการสร้างความเป็นอุตสาหกรรม รวมถึงการบูรณาการเข้ากับกลุ่มอุตสาหกรรมหลักอย่างลึกซึ้ง โดยเขตเศรษฐกิจต่างๆ ในเอเชียกำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับกติกาเป็นผู้มีส่วนร่วมกำหนดกติกาและกรุยทางด้วยการส่งออกโซลูชันทางเทคโนโลยีและประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริง
นอกจากนั้นเอเชียอยู่ในจุดบุกเบิกการจัดตั้งเครือข่ายนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ระดับภูมิภาคแบบหลายโหนด เชื่อมโยงถึงกัน และทำงานร่วมกัน ซึ่งอาศัยข้อได้เปรียบจากขีดความสามารถที่ส่งเสริมกัน สถานการณ์การประยุกต์ใช้ทางดิจิทัลที่หลากหลาย และความก้าวหน้าเชิงระบบของการวิจัยร่วมและการประสานงานนโยบาย โดยเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอิทธิพลโดยรวมของเอเชียในด้านห่วงโซ่คุณค่าปัญญาประดิษฐ์ ระบบนิเวศนวัตกรรม และการกำกับดูแลระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ