
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนกำลังฝึกมวยไท่จี๋หรือไทเก็ก ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของจีนชนิดหนึ่งในหมู่บ้านเฉินเจียโกว อำเภอเวินเซี่ยน มณฑลเหอหนานทางตอนกลางของจีน วันที่ 19 มี.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 23 มี.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (21 มี.ค.) ผู้ฝึกมวยไท่จี๋หรือไทเก็กกว่า 1,200 คนจาก 9 ประเทศ และ 10 ภูมิภาคระดับมณฑลของจีน รวมตัวกันที่ภูเขาอู่อี๋ในมณฑลฝูเจี้ยนทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองวันมวยไท่จี๋สากลครั้งแรกของยูเนสโก ซึ่งกำหนดให้วันที่ 21 มี.ค. ของทุกปีเป็นวันมวยไท่จี๋สากล ในการประชุมสมัยสามัญขององค์การยูเนสโกครั้งที่ 43 ที่อุซเบกิสถาน เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2025
มวยไท่จี๋ของจีนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี 2020 โดยการแสดงรวมหมู่ครั้งใหญ่นี้ถือเป็นไฮไลต์ของกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วจีน ซึ่งยังมีการเฉลิมฉลองในภูเขาอู่ตัง มณฑลหูเป่ยทางตอนกลาง อำเภอเวินเซี่ยน มณฑลเหอหนานทางตอนกลาง และเมืองหานตาน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือ
ลิเดีย บริโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายสังคมและมนุษยศาสตร์ของยูเนสโก เปิดเผยว่ามวยไท่จี๋แสดงให้เห็นว่ากีฬาและการละเล่นแบบดั้งเดิมสามารถส่งเสริมสันติภาพ และเป็นสะพานเชื่อมผู้คนข้ามรุ่นและวัฒนธรรม โดยนับเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดให้ศิลปะการต่อสู้มีวันสากลอย่างเป็นทางการภายใต้ระบบของสหประชาชาติ ตอกย้ำสถานะของมวยไท่จี๋ในฐานะทั้งมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และศาสตร์การออกกำลังกายระดับสากลที่มีผู้ฝึกฝนหลายล้านคนทั่วโลก
เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) ซึ่งฝึกมวยไท่จี๋มานานเกือบ 10 ปี กล่าวว่าการกำหนดวันที่ใกล้กับวันชุนเฟินหรือวันวสันตวิษุวัตต สื่อถึงคุณค่าหลักของมวยไท่จี๋ นั่นคือการแสวงหาสมดุลที่เคลื่อนไหวอย่างสอดประสานระหว่างชีวิตและธรรมชาติ
เอกรัตน์ระบุว่าตนเป็นแฟนตัวยงของมวยไท่จี๋ พร้อมเผยว่าสถาบันฯ ได้บรรจุมวยไท่จี๋เข้าในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่หนึ่งปีหลังการก่อตั้งในปี 2015 โดยผู้เรียนไม่เพียงได้เรียนการออกกำลังกาย แต่ยังเข้าใจวิธีคิดแบบจีน ซึ่งศิษย์เก่าหลายคนระบุว่าส่งผลต่อความสำเร็จในอาชีพ
ไท่จี๋เป็นแนวคิดสำคัญในปรัชญาจีนที่ปรากฏครั้งแรกในเอกสารยุคจ้านกั๋วหรือยุครณรัฐ (475-221 ปีก่อนคริสต์ศักราช) โดยเน้นความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ รวมถึงระหว่างร่างกายและจิตใจ ขณะที่มวยไท่จี๋หมายถึงศิลปะการต่อสู้ที่นำแนวคิดไท่จี๋มาปฏิบัติจริงผ่านร่างกาย ซึ่งเชื่อกันว่าเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงต้นสมัยราชวงศ์ชิง (ปี 1644-1911)
ข้อมูลจากยูเนสโกระบุว่ามวยไท่จี๋เป็นการออกกำลังกายแบบดั้งเดิมที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่ผ่อนคลายและเป็นวงกลม ควบคู่กับการควบคุมลมหายใจและการฝึกจิตใจให้สงบเป็นกลาง ซึ่งการส่งเสริมและอนุรักษ์มวยไท่จี๋จะช่วยเพิ่มการรับรู้และการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับวิถีการฝึกฝนที่หลากหลายของแต่ละชุมชนทั่วโลก
หลินชิว รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานผิงในมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งดูแลพื้นที่ภูเขาอู่อี๋ เปิดเผยว่าปัจจุบันมวยไท่จี๋เป็นสะพานใหม่ของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งเมืองหนานผิงได้จัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรวม 28 รายการเนื่องในวันมวยไท่จี๋สากลครั้งแรก โดยมุ่งส่งเสริมการฝึกไท่จี๋ และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากภูมิทัศน์ที่สวยงามและวัฒนธรรมชาอันอุดมสมบูรณ์