
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้โดยสารเตรียมขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟหนานหนิง ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 2 ก.พ. 2026)
หนานหนิง, 18 ก.พ. (ซินหัว) -- เหวยโซ่วอี๋ วัย 44 ปี แรงงานข้ามถิ่นในเมืองโฝซาน มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน เล่าย้อนความหลังว่าเขาเคยต้องฝ่าฟันการเดินทางยาวนาน 18 ชั่วโมงเมื่อ 21 ปีก่อน ขณะร่วมขบวนจักรยานยนต์นับแสนคันของเหล่าคนงานนับแสนคนที่มุ่งหน้ากลับบ้านช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่ปัจจุบัน การเดินทางระยะ 700 กิโลเมตรกลับหมู่บ้านของเหวยในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงสะดวกสบายกว่าสมัยก่อนมาก เขาสามารถขับรถยนต์ไปตามทางด่วนราบเรียบ ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 6 ชั่วโมง
ปีนี้มหกรรมการเดินทางเทศกาลตรุษจีนหรือชุนอวิ้นของจีน ตรงกับวันที่ 2 ก.พ. ถึง 13 มี.ค. ถือเป็นมหกรรมการอพยพของมนุษย์ครั้งใหญ่ที่สุดในโลก และคาดว่าจะมีการเดินทางข้ามภูมิภาคสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.5 พันล้านครั้ง ภายในระยะเวลา 40 วัน
เมื่อปี 2013 จำนวนการเดินทางกลับบ้านด้วยจักรยานยนต์พุ่งถึงจุดสูงสุด และสูงถึง 1.1 ล้านครั้งแค่เฉพาะในมณฑลกว่างตง ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น แรงงานจำนวนมากที่ไม่สามารถหาตั๋วรถไฟที่มีอยู่จำกัด หรือไม่สามารถจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินได้ จะเลือกใช้ทางหลวงสายหลักเดินทางกลับภูมิลำเนา
โจวตัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองอู๋โจวของกว่างซี เผยว่าปัจจุบันมีจักรยานยนต์น้อยลงมากบนท้องถนน ภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปลี่ยนไปเป็นการจัดการทัพรถยนต์ส่วนตัวจำนวนมหาศาลบนทางด่วนแทน การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยจากจำนวนผู้คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยมีการคาดการณ์ว่าปริมาณการเดินทางด้วยรถยนต์พลังงานใหม่ในกว่างซีจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 72.2 ในปี 2026 คิดเป็นหนึ่งในห้าของปริมาณจราจรบนทางหลวงทั้งหมดในช่วงตรุษจีน
สำหรับผู้คนจำนวนมาก รถไฟความเร็วสูงได้กลายมาเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสและทำให้การเดินทางเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น โดยบริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน จำกัด เปิดเผยว่าตลอดช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (ปี 2021-2025) จีนเปิดใช้งานทางทางรถไฟเพิ่มขึ้นจาก 146,300 กิโลเมตร เป็น 165,000 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.8 ภายในระยะเวลาห้าปี โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 32.98 จาก 37,900 กิโลเมตร เป็น 50,400 กิโลเมตร ส่งผลให้จีนมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลก และคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารราว 540 ล้านครั้งในปีนี้
ขณะเดียวกัน "รถไฟสีเขียว" ซึ่งเป็นชื่อเรียกรถไฟโดยสารแบบดั้งเดิมของจีนที่ตู้โดยสารมักทาสีเขียวคาดแถบเหลือง ยังคงให้บริการในยุครถไฟความเร็วสูง เพื่อเป็นทางเลือกที่ประหยัดและสะดวกสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางไปยังสถานีขนาดเล็กในช่วงเทศกาลตรุษจีนอันคึกคัก
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดของมหกรรมการเดินทางฯ ปี 2026 คือโครงสร้างผู้โดยสารทางอากาศ โดยการโดยสารเครื่องบินซึ่งเคยถูกมองว่ามีราคาแพงและหรูหรา กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับแรงงานข้ามถิ่นอย่างหม่าฉางเหว่ย ซึ่งทำงานในโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองหนานหนิงของกว่างซี และไม่สามารถจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงกลับบ้านที่มณฑลเหอหนานทางตอนกลางได้
หม่าระบุว่าหากเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนเขาคงถอดใจที่จะกลับบ้านไปแล้ว หรือหันไปพึ่งพาพ่อค้าตั๋วผีที่จำหน่ายตั๋วในราคาสูง พร้อมความเสี่ยงจะได้ตั๋วปลอม แต่ปีนี้เขาจ่ายเงิน 1,600 หยวน (ราว 7,200 บาท) เพื่อโดยสารเครื่องบินไปยังเมืองเจิ้งโจวของเหอหนาน และแม้จะแพงกว่ารถไฟ แต่ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมเท่านั้น