ปักกิ่ง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- หนังสือพิมพ์ไซแอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี เดลี รายงานว่าทีมนักวิทยาศาสตร์ยืนยันได้เป็นครั้งแรกว่าอัตราการเกิดหลุมอุกกาบาตบริเวณด้านใกล้และด้านไกลของดวงจันทร์นั้นสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยวางรากฐานสำหรับการจัดทำระบบลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งดวง และเป็นหลักฐานว่าเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนดวงจันทร์ในยุคเริ่มแรกนั้นมีแนวโน้มลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอ แทนที่จะผันผวนอย่างรุนแรงตามสมมติฐานที่เคยเชื่อกันก่อนหน้านี้
คณะนักวิจัยจากสถาบันธรณีวิทยาและธรณีฟิสิกส์ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ปรับปรุงแบบจำลองลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาจากหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ที่ใช้งานมานานหลายทศวรรษ ผ่านการวิเคราะห์ภาพถ่ายจากเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล
การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารไซเอนซ์ แอดวานซ์ (Science Advances) ระบุว่าการทราบอายุพื้นผิวของดวงจันทร์ถือเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ประเมินอายุของภูมิภาคที่ยังไม่มีการเก็บตัวอย่างหินและดินด้วยการนับจำนวนหลุมอุกกาบาต ภายใต้หลักการที่ว่าพื้นที่ที่มีจำนวนหลุมอุกกาบาตมากกว่า บ่งชี้ถึงพื้นผิวที่มีอายุเก่าแก่กว่า
อย่างไรก็ตาม วิธีลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาจากหลุมอุกกาบาตที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน อ้างอิงข้อมูลจากตัวอย่างที่เก็บจากด้านใกล้ของดวงจันทร์เท่านั้น และตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุย้อนกลับไปไม่เกิน 4 พันล้านปี ข้อจำกัดนี้นำสู่ข้อถกเถียงเกี่ยวกับประวัติการพุ่งชนบนดวงจันทร์ในยุคเริ่มแรก รวมถึงสมมติฐานเรื่องการระดมชนหนักครั้งใหญ่ (Late Heavy Bombardment)
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อภารกิจฉางเอ๋อ-6 ของจีนเก็บรวบรวมตัวอย่างดวงจันทร์ น้ำหนัก 1,935 กรัม จากบริเวณแอ่งอะพอลโล (Apollo Basin) ซึ่งตั้งอยู่ภายในแอ่งขั้วใต้-เอตเคนบริเวณด้านไกลของดวงจันทร์ กลับมายังโลกในเดือนมิถุนายน 2024 โดยการวิเคราะห์ตัวอย่างเหล่านี้ทำให้สามารถระบุประเภทหินที่สำคัญสองประเภท ได้แก่ หินบะซอลต์ (Basalt) ยุคใหม่ที่มีอายุ 2.807 พันล้านปี และหินนอไรต์ (Norite) โบราณที่ก่อตัวเมื่อ 4.25 พันล้านปีก่อน
หินนอไรต์มีต้นกำเนิดมาจากแมกมาที่ตกผลึกหลังเหตุการณ์การพุ่งชนครั้งใหญ่ ซึ่งก่อให้เกิดแอ่งขั้วใต้-เอตเคน อันเป็นโครงสร้างหลุมอุกกาบาตที่มีขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดบนดวงจันทร์ ตัวอย่างหินเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็นจุดอ้างอิงสำคัญในการจำลองภาพประวัติศาสตร์ยุคเริ่มแรกของดวงจันทร์ขึ้นมาใหม่
คณะนักวิจัยใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากการสำรวจระยะไกลที่มีความละเอียดสูงในการจัดทำแผนที่ความหนาแน่นของหลุมอุกกาบาตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งบริเวณจุดลงจอดของฉางเอ๋อ-6 และพื้นที่โดยรอบของแอ่งขั้วใต้-เอตเคน โดยเมื่อนำข้อมูลความหนาแน่นชุดใหม่นี้มาบูรณาการเข้ากับข้อมูลตัวอย่างในอดีตทั้งหมดจากภารกิจอะพอลโล ลูนา และฉางเอ๋อ-5 คณะนักวิจัยจึงสามารถสร้างแบบจำลองลำดับเหตุการณ์การเกิดหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ชุดใหม่ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
การศึกษาดังกล่าวช่วยยกระดับความเข้าใจประวัติการพุ่งชนบนดวงจันทร์ และตอกย้ำคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ของตัวอย่างจากภารกิจฉางเอ๋อ-6 โดยลำดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาที่ปรับปรุงใหม่นี้จะเป็นข้อมูลอ้างอิงที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาดวงจันทร์และการระบุอายุวัตถุทางดาราศาสตร์อื่นๆ ในระบบสุริยะ

(แฟ้มภาพซินหัว : นักวิจัยถือตัวอย่างดวงจันทร์จากภารกิจฉางเอ๋อ-6 ที่ห้องปฏิบัติการตัวอย่างดวงจันทร์ในหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ในกรุงปักกิ่ง ของจีน วันที่ 24 ก.ย. 2024)