
หนานหนิง, 8 ก.พ. (ซินหัว) -- ช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีนหรือปีใหม่ตามปฏิทินจีนเช่นนี้ หวงชุนเหลียน เจ้าของร้านจำหน่ายผลไม้ ถั่ว ขนม และผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากอาเซียนที่ตลาดค้าผลไม้ในเมืองผิงเสียง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน วุ่นอยู่กับการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเก่าใหม่และเร่งจัดส่งสินค้าก่อนการบริการขนส่งจะหยุดลงชั่วคราวในช่วงหยุดยาวเทศกาล โดยผลไม้จากอาเซียนอย่างทุเรียนหมอนทองและส้มโอของไทยกลายเป็นสินค้าตรุษจีนที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นตามรูปแบบการบริโภคที่เปลี่ยนแปลง โลจิสติกส์ข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ กอปรกับแรงกระตุ้นจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและการจัดจำหน่ายผ่านไลฟ์สตรีมมิงหรือไลฟ์สด
จีนถือเป็นหนึ่งในตลาดผู้บริโภคผลไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ข้อมูลจากฝ่ายธุรกิจผลไม้ สังกัดหอการค้าสินค้าอาหารและผลผลิตพื้นเมืองแห่งประเทศจีน ระบุว่าการนำเข้าและส่งออกผลไม้ทั้งหมดของจีนในปี 2025 สูงถึง 2.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.06 แสนล้านบาท) ซึ่งมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.04 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 และปริมาณการนำเข้าอยู่ที่ 9.032 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 โดยเฉพาะ "ทุเรียนสด" มีการนำเข้า 1.868 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 คิดเป็นมูลค่า 7.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.39 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 และมี "ไทย" กับ "เวียดนาม" เป็นแหล่งส่งออกทุเรียนสดสู่ตลาดจีน
ทั้งนี้ การบริโภคผลไม้อาเซียนยังคงเพิ่มขึ้นในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนเพราะผลไม้นำเข้าเป็นที่ต้องการสูงและการใช้จ่ายของผู้บริโภคพุ่งสูงในช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน โดยหลี่หลาน ชาวเมืองหนานหนิงที่เข้าร่วมกรุ๊ปแชทซื้อผลไม้อยู่ 3-4 กลุ่ม เพื่อเปรียบเทียบราคาและคุณภาพของผลไม้จากผู้ค้าหลายราย กล่าวว่าผลไม้กลายเป็นของต้องซื้อในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทุกปีที่ผ่านมาจะซื้อส้มโอของไทยหลายกล่องไว้รับประทานเองและเป็นของเยี่ยมญาติ ซึ่งเมื่อก่อนต้องออกไปซื้อที่หน้าร้านแต่ตอนนี้ซื้อผ่านไลฟ์สดหรือกรุ๊ปแชท ได้รู้คุณภาพและแหล่งที่มาของผลไม้ผ่านคลิปวิดีโอสั้นจากผู้ขาย สั่งซื้อง่ายในคลิกเดียวและรอรับสินค้าที่มาส่งถึงบ้าน ประหยัดแรงและเวลา แถมราคาเหมาะสม
ด่านโหย่วอี้กวนในเขตปกครองตนเองกว่างซี ซึ่งมีพรมแดนติดกับเวียดนาม จัดเป็นช่องทางสำคัญของผลไม้อาเซียนที่ส่งออกสู่จีน โดยศุลกากรโหย่วอี้กวนรายงานว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์การเกษตรผ่านด่านโหย่วอี้กวนในปี 2025 สูงถึง 2.59 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.16 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.3 ซึ่งเป็นการนำเข้าผลไม้ 2.45 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.1 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.5 โดยมีการนำเข้าทุเรียน 7.87 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.3 คิดเป็นมูลค่า 2.2 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.9 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 และการนำเข้าขนุน 1.07 พันล้านหยวน (ราว 4.81 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 เมื่อเทียบปีต่อปี
ความต้องการผลไม้และสินค้าตรุษจีนอื่นๆ ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระตุ้นการดำเนินงานโลจิสติกส์ตามด่านชายแดนจีน-เวียดนามในหลายพื้นที่ เช่น เมืองผิงเสียงและอำเภอหนิงหมิง โดยผลไม้สดจากกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น ทุเรียนและมังคุด ถูกขนส่งผ่านช่องทางพิธีการศุลกากรแบบเร่งด่วนสู่ตลาดตรุษจีนทั่วจีนอย่างรวดเร็ว ดังเช่นด่านโหย่วอี้กวนมีระบบพิธีการศุลกากรแบบเร่งด่วนเวอร์ชัน 3.0 สำหรับคนขับและรถบรรทุกจากต่างประเทศ ทำให้ระยะเวลาตรวจสอบรถบรรทุกหนึ่งคันลดลงเหลือราว 15 วินาที ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นร้อยละ 75 และบริษัทขนส่งสินค้าสามารถสำแดงสินค้าโดยไม่ต้องกรอกหรือยื่นเอกสารฉบับกระดาษให้ยุ่งยาก

(ภาพจากศุลกากรหนานหนิง : เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านโหย่วอี้กวนในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีนตรวจสอบทุเรียนนำเข้า)