ซานฟรานซิสโก, 29 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ รายงานรายได้และกำไรสุทธิลดลงในปี 2025 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ราว 9.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.96 ล้านล้านบาท) ลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่กำไรสุทธิที่คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป (GAAP) ลดลงร้อยละ 46 เหลือ 3.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.18 แสนล้านบาท)
รายงานระบุว่าเทสลาส่งมอบยานยนต์ทั่วโลกราว 1.64 ล้านคันในปี 2025 นับเป็นการลดลงรายปีติดต่อกันเป็นปีที่สอง และเป็นครั้งแรกที่บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตยานยนต์จากจีน มียอดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ารายปีแซงหน้าเทสลา
ในไตรมาสที่สี่ (ตุลาคม-ธันวาคม) ของปี 2025 เทสลาส่งมอบยานยนต์ 418,227 คัน ลดลงร้อยละ 16 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่รายได้ในช่วงเดียวกันลดลงร้อยละ 3 เหลือ 2.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.78 แสนล้านบาท) ส่วนกำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 61 เมื่อเทียบปีต่อปี เหลือ 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.62 หมื่นล้านบาท)
เทสลาระบุว่าบริษัทได้เดินหน้าปรับเปลี่ยนจากการเป็นบริษัทที่เน้นด้านฮาร์ดแวร์ ไปสู่การเป็นบริษัทด้าน "ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ" (physical AI) ในปี 2025 และในปี 2026 บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสนับสนุนพลังงานสะอาด การขนส่ง และหุ่นยนต์อัตโนมัติ
ทั้งนี้ เทสลาระบุว่ามีแผนเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ออปติมัส (Optimus) รุ่นที่ 3 ในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมการสำหรับสายการผลิตแรก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ก่อนสิ้นปี 2026 และตั้งเป้ามีกำลังการผลิตหุ่นยนต์ในระยะยาวไว้ที่ 1 ล้านตัวต่อปี

(แฟ้มภาพซินหัว : ร้านตัวแทนจำหน่ายของเทสลาในเมืองซานมาเตโอ รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ วันที่ 15 เม.ย. 2024)