
แคนเบอร์รา, 29 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (28 ม.ค.) ศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อสภาพอากาศแห่งศตวรรษที่ 21 ของสภาการวิจัยออสเตรเลีย เปิดเผยผลการศึกษาที่พบว่าการตัดไม้ทำลายป่าและการพัฒนาที่ดินอย่างรวดเร็วโดยปราศจากการวางแผนกลายเป็น "ตัวเร่งเงียบ" ที่กำลังทวีความรุนแรงของคลื่นความร้อน ทำให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงยิ่งกว่าปรากฏการณ์ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
โอลูวาเฟมี อาเดเยรี นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย หัวหน้าคณะผู้เขียนผลการศึกษา กล่าวว่าผลการศึกษานี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันของออสเตรเลีย ทั้งคลื่นความร้อนเมื่อไม่นานนี้ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในเดือนมกราคมและเหตุไฟไหม้ป่า โดยความร้อนที่เพิ่มขึ้นในท้องถิ่น เมื่อรวมกับความชื้น ทำให้เกิดคลื่นความร้อนที่อันตรายและยาวนานยิ่งขึ้น
คณะนักวิจัยใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยจัดทำเพื่อวิเคราะห์ทวีปแอฟริกาและพบว่าคลื่นความร้อนบางส่วนในแอฟริกาอาจคงอยู่นานขึ้น 12 เท่าภายในปี 2100 หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความเสื่อมโทรมของที่ดินยังคงเกิดขึ้นต่อไป นอกจากนั้นมีการค้นพบกลุ่มกลไกทางกายภาพที่ส่งผลโดยตรงต่อออสเตรเลีย ที่ซึ่งการพัฒนาอย่างรวดเร็วและการสูญเสียพืชพรรณกำลังเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศท้องถิ่น โดยการสูญเสียพืชพรรณทำให้ภูมิประเทศสูญเสียระบบทำความเย็นตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะลดทอนผลกระทบ โดยการยับยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กับการปกป้องพืชพรรณตามธรรมชาติอาจลดความรุนแรงของคลื่นความร้อนลงราวร้อยละ 30

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ย่านที่อยู่อาศัยในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 12 เม.ย. 2025)