ซิดนีย์, 28 ม.ค. (ซินหัว) -- รายงานของโครงการประเมินไมโครพลาสติกของออสเตรเลียระบุว่ามลพิษจากไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำของนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ซิดนีย์กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงของการปนเปื้อนพลาสติกในระบบนิเวศทางทะเล
รายงานนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจแนวชายฝั่งในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ตลอดระยะเวลา 7 ปี พบว่าตัวอย่างที่เก็บจากพื้นที่นครซิดนีย์ระหว่างปี 2022-2025 มีไมโครพลาสติกเฉลี่ย 1,004 ชิ้นต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้นจาก 306 ชิ้นต่อตารางเมตรในช่วงการเฝ้าติดตามระหว่างปี 2018-2021
รายงานระบุว่าไมโครพลาสติก ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร เกิดจากการแตกสลายของเศษพลาสติกขนาดใหญ่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอย่างเสื้อผ้า ยางรถยนต์ และวัสดุอื่นๆ ที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยแพร่กระจายสู่ระบบนิเวศผ่านน้ำฝน น้ำเสีย อากาศ และแม่น้ำ
ทั้งนี้ โฟมโพลีสไตรีน (Polystyrene) และเศษพลาสติกแข็งเป็นองค์ประกอบหลักของขยะ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50-90 ของเศษซากทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มีที่มาจากการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสมจากพื้นที่ก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ และโครงสร้างลอยน้ำ
รัฐบาลรัฐนิวเซาธ์เวลส์ระบุว่าแผนจัดการพลาสติกฉบับที่ 2.0 กำลังมุ่งทยอยยกเลิกการใช้ผลิตภัณฑ์บางประเภท เช่น แผ่นปิดปากถุงขนมปัง สติกเกอร์ผลไม้ และถุงหิ้วที่มีหูหิ้ว พร้อมตั้งเป้าบังคับให้เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ต้องติดตั้งแผ่นกรองไมโครไฟเบอร์ภายในปี 2028

(แฟ้มภาพซินหัว : ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ในนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย วันที่ 20 ส.ค. 2021)