ปักกิ่ง, 27 ม.ค. (ซินหัว) -- ลู่ถิ่ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนประจำสถาบันวิจัยโนมูระ (Nomura) เผยว่าการปรับปรุงระบบประกันสังคมของจีนอย่างต่อเนื่องจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งยังช่วยยกระดับความคาดหวังด้านรายได้ของประชาชนในวงกว้าง อาทิ ผู้สูงอายุและแรงงานต่างถิ่น ส่งผลให้อัตราการบริโภคในระยะกลางถึงระยะยาวเพิ่มขึ้น
ลู่ระบุว่าการปฏิรูประบบประกันสังคมถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากกว่าในการกระตุ้นการบริโภค และช่วงเวลา 2-3 ปีต่อจากนี้จะเป็นช่วงสำคัญสำหรับการดำเนินมาตรการดังกล่าว
อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนประกาศเริ่มโครงการเงินอุดหนุนระดับชาติเพื่อสนับสนุนผู้สูงอายุพิการที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการดูแล ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยกระทรวงกิจการพลเรือนและกระทรวงการคลังของจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา
โครงการดังกล่าวมอบคูปองอิเล็กทรอนิกส์รายเดือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน ให้แก่ผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการดูแลตนเอง เพื่อนำไปชดเชยค่าใช้จ่ายบางส่วนของบริการดูแล ทั้งในรูปแบบการดูแลที่บ้าน ชุมชน และสถานดูแลผู้สูงอายุ
ลู่ชี้ว่าการเพิ่มเงินบำนาญและเงินอุดหนุนสำหรับประชากรสูงวัยของจีนมีผลต่อการสนับสนุนการบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ และการขยายความคุ้มครองด้านประกันภัยให้ครอบคลุมแรงงานในระบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นยังจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มเติมด้วย
จำนวนผู้สูงอายุในจีนที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรและโอกาสในขณะเดียวกัน โดยเอกสารสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ได้รับรองเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ย้ำถึงความจำเป็นในการผสานการลงทุนในสินทรัพย์ทางกายภาพเข้ากับการลงทุนด้านทุนมนุษย์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงสวัสดิการสังคมเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจ
สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป ลู่คาดว่านโยบายการคลังจะเป็นจุดมุ่งเน้นสำคัญของจีนในปี 2026 นี้ โดยในบางด้านนั้น การจัดสรรงบประมาณมีความสำคัญมากกว่าขนาดของงบประมาณโดยรวม และคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้สูงอายุ และแรงงานต่างถิ่น
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนปี 2026 ลู่คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี (กรกฎาคม-ธันวาคม) จากแรงสนับสนุนด้านนโยบายที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่การเติบโตในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) อาจต่ำกว่า เนื่องจากฐานการเปรียบเทียบที่สูง
ทั้งนี้ ลู่ยอมรับว่าภาคการส่งออก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และระบบอุตสาหกรรมครบวงจร ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจจีน และคาดว่าความแข็งแกร่งด้านการผลิตนี้จะยังช่วยผลักดันการส่งออกให้เติบโตอย่างมั่นคงในอีกหลายปีข้างหน้า แต่ลู่ได้เตือนถึงความเสี่ยงด้านลบที่อาจเกิดจากอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ

(แฟ้มภาพซินหัว : อาสาสมัครนำโจ๊กมามอบให้ผู้สูงอายุในเขตติ้งไห่ เมืองโจวซาน มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 25 ม.ค. 2026)